ะเป๋ามีอะไรที่สามารถหยุดเลือดได้ไหม?”มู่จื่อหานควานหาของในกระเป๋า จู่ๆ เธอก็เงยหน้าขึ้นมามองเขาด้วยใบหน้าแดงก่า “เอ่อ…”“ไม่มีเหรอ?”“มี…แต่ว่า…”“เอามาให้ฉันหน่อย”“แต่…”“ที่รัก ตอนนี้ฉันยังเลือดไหลไม่หยุดเลยนะ~”“อื้อ”มู่จื่อหานพยักหน้าชมพูระเรื่อของเธอ จากนั้นก็หยิบของออกมาจากกระเป๋าใบเล็กของเธอ ตอนที่เขารับมันมาจากเธอ จู่ๆ มุมปากก็กระตุกขึ้นอย่างฉับพลันนี่มัน…ผ้า! อนา! มัย!!!……หลังจากผ่านไปได้ไม่กี่นาทีเขาก็เดินกลับขึ้นไปด้านบนพร้อมกับสอดมือซ้ายกลับเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ตอนที่เธอขึ้นมาพร้อมกับมู่จื่อหาน กวาจื่อก็ยิ้มกรุ้มกริ่มด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย “หนุ่มสาวคู่รักออกไปข้างนอกสองต่อสองเกือบสิบนาที ไม่รู้ไปทำเรื่องอะไรที่ไม่สามารถพูดได้หรือเปล่าน้า…”เย่ฮวาแกล้งทำฟึดฟัดใส่กวาจื่อ “เลิกสนใจเรื่องคนอื่นเถอะ กุ้งมังกรหลายกิโลยังคาในปากนายอยู่เลย”ระหว่างนั่งฟังเจ้ากวาจื่อบ่นงึมงำๆ เขาก็หยิบเนื้อเสียบไม้ไปพลางพูดกับเขาไปพลางว่า “พี่ชายกินให้สบายใจเถอะ ฉันจัดการชีวิตตัวเองได้”เย่ฮวาแสร้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่ก็ยังรู้สึกได้ถึงความนุ่มนิ่มบริเวณฝ่ามือซ้าย เขาสาบานได้ว่าตั้งแต่เกิดมาไม่เคยรู้สึกอับอายเท่านี้มาก่อน เขาจะไม่ยอมให้ใครเห็นหน้าไหนเห็นมันเด็ดขาด ไม่งั้นคนพวกนั้นคงคิดว่าเขาเป็นพวกวิปริตแน่ๆมู่จื่อหานยังคงนั่งติดกับเขาด้วยใบหน้าแดงก่า อีกทั้งยังหันไปเอ็ดเยว่เอ๋อร์ให้เลิกทำหน้ายิ้มกรุ่