ามีเสียง ‘วิ๊งๆ’ ดังข้างหูโทรศัพท์ที่เขาและมู่จื่อหานใช้คือยี่ห้อหลิงอิน 6SPLUS ที่คุณมู่พ่อของมู่จื่อหานมอบให้ โทรศัพท์เครื่องนี้มีระบบขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน หลังจากที่โทรศัพท์ของใครคนใดคนหนึ่งกดขอความช่วยเหลือ โทรศัพท์อีกเครื่องจะได้รับพิกัดของอีกฝ่ายทันทีเย่ฮวารีบวิ่งไปที่ลานจอดรถใต้ดินหลังจากวิ่งไปได้ราวๆ สิบกว่าเมตรเขาก็ได้ยินเสียงของใครบางคนดังขึ้น “ไม่ต้องหนีหรอก ที่นี่ไม่มีใครมาเจออยู่แล้ว”เย่ฮวาขมวดคิ้วจนกลายเป็นปม ตอนที่เขาวิ่งลงมาถึงลานจอดรถก็พบว่ามีผู้ชายสามคนกำลังยืนล้อมมู่จื่อหานไว้ แม้ว่ามู่จื่อหานจะยืนด้วยท่าทางสงบนิ่ง แต่เขาเห็นความตื่นตระหนกปรากฏขึ้นภายในดวงตาของเธออย่างชัดเจน ภาพตรงหน้าทำให้เขารู้สึกหัวร้อนและโกรธเป็นอย่างมากเขารีบสาวเท้าไปด้านหน้าและใช้เท้าเตะเข้าใส่ร่างของผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงกลางจนหน้าคะมำลงไปกองอยู่ที่พื้น จากนั้นเขาก็ใช้เท้ากระทืบเข้ากลางหลังของอีกฝ่ายและย้ายมายืนอยู่ด้านหน้ามู่จื่อหาน เขายื่นมือลูบศีรษะเธอเบาๆ พร้อมกับถามด้วยเสียงแผ่วเบา “ไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”มู่จื่อหานส่ายหน้า จู่ๆ ดวงตาของเธอก็เป็นประกายราวกับมีน้าใสๆ กำลังกลิ้งอยู่ในนั้น เขายิ้มให้เธอราวกับต้องการบอกว่า ‘ไม่ต้องกลัว’ หลังจากหมุนตัวกลับมาก็พบว่าชายสองคนกำลังพยุงร่างของผู้ชายที่นอนอยู่บนพื้นให้ลุกขึ้น คนเหล่านั้นก็หันมาถลึงตามองเขา“ซ่านักนะ! แกรู้หรือเปล่าว่าเขาคือใคร?!” ชายผม