“แกร่ก!”เสียงขยับดังขึ้น หมวกเกมปิดการทำงานโดยอัตโนมัติเย่ฮวารู้สึกได้ถึงร่างกายที่กลับมาฟื้นฟูอีกครั้งอย่างรวดเร็วแขนทั้งสองข้างรู้สึกได้ถึงความเย็นเฉียบ ตอนที่หันไปมองข้างๆ ก็พบว่ามู่จื่อหานกำลังนั่งอยู่ข้างๆ เตียงของเขาและใช้มือเล็กๆ ทั้งสองข้างกุมมือของเขาไว้ด้วยความเป็นห่วงเขาถอดหมวกออกจากศีรษะและมองมู่จื่อหานที่ดวงตาแดงก่าอีกทั้งยังปูดบวมด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวเขากระซิบกับเธอด้วยเสียงแผ่วเบาว่า “ไหนบอกว่าไม่เป็นอะไรไง ทำไมถึงมาที่นี่ล่ะ”เธอเม้มปากเล็กๆ พร้อมกับพูดด้วยน้าเสียงสะอึกสะอื้น “นายอยู่ในเกมติดต่อกันถึงสองวันเต็มๆ ไม่ยอมกินไม่ยอมนอนแบบนั้น ฉันไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงก็เลยขับรถมาอยู่เป็นเพื่อนนายที่นี่”ในเวลานี้เองกวาจื่อก็เคาะประตูห้องพร้อมกับเปิดประตูเข้ามาด้านใน “อย่าไปว่ามู่จื่อหานเลย นายเองก็สู้สุดโต่งเกินไปเหมือนกันนั่นแหละ มู่จื่อหานเป็นแฟนนายถ้าไม่ให้เป็นห่วงนายแล้วจะให้ไปเป็นห่วงหมาที่ไหน? รีบไปล้างหน้าล้างตาออกไปกินข้าวได้แล้ว”“อืม”เย่ฮวาพยักหน้าตอบกลับไป หลังจากที่อีกฝ่ายเดินออกจากห้องไปแล้วเย่ฮวาก็หันมามองมู่จื่อหานอีกครั้งด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับยื่นมือออกไปลูบศีรษะเล็กๆ ของเธอ “คืนนี้กินอะไรเหรอ? หิวจะตายอยู่แล้วเนี่ย…”เธอรีบพูด “ของชอบนายทั้งนั้นเลย รีบลุกขึ้นแล้วออกไปกินข้าวกันเถอะ”พูดจบมู่จื่อหานก็คล้องแขนเขาพร้อมกับดึงเขาให้ลุกขึ้นจากเตียง ทว่าตอนที่เขาลุกขึ