้นยืนจู่ๆ ก็เกิดอาการหน้ามืดกะทันหัน ร่างของเขาล้มลงด้วยท่าทางสะลึมสะลือราวกับคนไร้เรี่ยวแรง หลังจากหยุดพัก 2-3 วินาทีเขาก็พบว่าตัวเองกำลังนอนหงายอยู่บนเตียงโดยมีมู่จื่อหานที่นอนอยู่ในอ้อมกอดของเขาด้วยสีหน้าเป็นกังวล ทว่าในเวลาเดียวกันใบหน้าของเธอก็เปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายอาจจะเป็นเพราะเขาไม่ได้พักผ่อนเป็นเวลานานอีกทั้งยังไม่มีอะไรตกถึงท้องนานถึงสองวันจึงเกิดอาการไร้เรี่ยวแรงอย่างฉับพลัน ตอนที่เขาล้มลงมานอนกองอยู่ที่เตียงก็เผลอดึงมือของมู่จื่อหานจนล้มลงมาด้วย ดังนั้นเธอจึงมานอนอยู่ในอ้อมกอดของเขาอย่างที่เห็นแต่ในเวลาเดียวกันจู่ๆ กวาจื่อกับเยว่เอ๋อร์ก็เดินพรวดพราดเข้ามาพร้อมกับส่งเสียงอุทานด้วยความประหลาดใจ จากนั้นเยว่เอ๋อร์ก็ยิ้มด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย “หานหานเธอหิวกระหายเกินไปแล้วนะ ตอนนี้เย่ฮวาไม่แรงที่จะพลอดรักกับเธอหรอก”กวาจื่อลูบคางตัวเองพร้อมกับขมวดคิ้วหนาๆ ของเขาเข้าหากัน “คืนนี้ให้ฉันออกไปนอนโรงแรมสักคืนไหม พวกนายจะได้มีเวลาส่วนตัวอยู่ที่นี่กันแบบสองต่อสอง?”มู่จื่อหานรีบลุกขึ้นและประคองเย่ฮวาให้ลุกขึ้นจากเตียงอีกครั้งด้วยใบหน้าแดงก่า สองเขาก็เหลือบไปถลึงตามองทั้งสองคนโดยไม่ได้พูดอะไรครั้งนี้เขาระมัดระวังและลุกขึ้นยืนช้ากว่าเดิมจึงทำให้ไม่เกิดเหตุการณ์เมื่อสักครู่ แต่สิ่งที่สามารถรู้สึกได้อย่างชัดเจนก็คือร่างกายของเขาไม่มีเรี่ยวแรงและรู้สึกหูอื้อตลอดเวลาเนื่องจากไม