ค่อยๆ จุมพิตลงบนเปลือกตา ปลายจมูก และกลับมาจุมพิตที่ริมฝีปากบางของเธออีกครั้ง…ตอนที่ถึงฉากเร้าร้อนและเย่ฮวากำลังจะถอดชุดนอนของมู่จื่อหาน ตอนที่เธอเธอกำลังปิดตาแน่นด้วยความประหม่า จู่ๆ เย่ฮวาก็ลุกขึ้นนั่งข้างขอบเตียงและพยายามควบคุมเปลวไฟในร่างกายให้กลับมาสงบลงอีกครั้งเสียงดังขึ้นขณะที่มู่จื่อหานหรี่ตาขึ้นมามองเขา เธอยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองพร้อมกับถามด้วยเสียงแผ่วเบา“ทำไมล่ะ…”เขาลูบศีรษะของเธอพลันส่ายหน้าและตอบกลับไปด้วยน้าเสียงแผ่วเบาราวกระซิบว่า “ยังทำแบบนั้นไม่ได้…ฉันต้องแสดงความรับผิดชอบต่อเธอ…”ช่วงบ่ายมู่จื่อหานนั่งอยู่ข้างๆ เขาไม่ยอมลุกไปไหนพวกเขาต่างก็ไม่มีบทสนทนาที่จะพูดคุยกัน ทว่าตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่มีค่าสำหรับพวกเขาเกินกว่าที่จะแยกจากกันได้ช่วงค่าลินดาเตรียมอาหารค่ามื้อใหญ่ให้กับเขาเพื่อเป็นการทิ้งท้ายก่อนที่จะย้ายออกไปจากที่นี่ กลางดึกคืนนี้พวกเขาไม่ได้ดื่มเหล้าแต่จิบเพียงแค่ไวน์แดงเท่านั้นหลังจากกินมื้อค่าแล้วพวกเขาก็แยกย้ายกันกลับห้อง เย่ฮวายังไม่ได้เข้าเกมแต่กลับนั่งมองกระเป๋าที่ถูกวางอยู่ข้างเตียงด้วยท่าทางเหม่อลอยเขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นคนใจแคบและมีที่ว่างให้เสี่ยวหยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น ทว่าหลังจากเขาได้มาเจอกับมู่จื่อหานก็ทำให้เขารับรู้ว่าในชีวิตของคนคนหนึ่งไม่สามารถรักใครเพียงคนเดียวตลอดทั้งชีวิตได้เขาอวดดีและเป็นพวกอนุรักษ์นิยม หากเขารู้ว่าตัวเองไม่มีปัญญามากพอที่