สองสามวันนี้นายช่วยฉันดูแลกิลด์หน่อยนะ ช่วงนี้ฉันค่อนข้างยุ่งน่ะ”“เรื่องจิ๊บจ้อย! คนกันเองทั้งนั้น~”……กวาจื่อเดินกลับห้องและเข้าเกมไปแล้ว ส่วนเย่ฮวาก็เข้าเกมมาหลอมโอสถลมฝนอีกหนึ่งชั่วโมงกว่าเพื่อมอบโอสถเหล่านี้ให้ชางห่ายเกอนำไปกระจายให้กิลด์อื่นๆ ที่เคยสัญญาไว้ตอนทำสงครามกลางเมืองก่อนหน้านี้จากนั้นเขาก็ออกจากระบบทันทีตอนเที่ยงเขาสั่งฟู้ดเดลิเวอรี่ซึ่งมีราคาหลักร้อยกว่าหยวนมาให้เจ้ากวาจื่อ จากนั้นเขาก็นั่งแท็กซี่ไปที่โรงแรมเพียวเซียงซึ่งเป็นโรงแรมห้าดาว และเป็นสถานที่ที่เขาและมู่จื่อหานเจอกันเป็นครั้งแรก มันคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้พวกเขาทั้งสองคนได้รู้จักกันเขาเดินขึ้นมาที่ห้องวีไอพีชั้นสาม ตอนที่ขึ้นมาก็พบสองสามีภรรยาวัยกลางคนและลูกชายวัย 7-8 ขวบอีกคนนั่งรออยู่ด้านในห้อง จากนั้นเขาก็เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ขอโทษด้วยนะครับที่ทำให้รอ”ชายวัยกลางคนรีบลุกขึ้นยืนพลันยื่นมือขวาออกมา“สวัสดีครับ ผมกัวฟู่กุ้ย”เย่ฮวายื่นมือออกไปจับมืออีกฝ่าย “เย่ฮวาครับ”จู่ๆ เด็กผู้ชายที่กำลังนั่งเล่นของเล่นก็เงยหน้าขึ้นมองเขา “อีเย่กูโจว! พระเจ้า! อีเย่กูโจว!!!”เด็กน้อยลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นเต้นก่อนจะวิ่งอ้อมโต๊ะมายืนข้างเขาพร้อมกับเอ่ยถาม “คุณคืออีเย่กูโจวเหรอครับ?”เขาไอกระแอมสองครั้งก่อนจะพยักหน้าตอบกลับไปเบาๆ“พระเจ้า! ขอผมถ่ายเซลฟี่ด้วยได้ไหมครับ? ช่วยเซ็นลายเซ็นให้ผมด้วยนะ~” เด็กคนนั้นไม่รอให้เขาตอบตกลงก็รีบหยิบโ