งไม่นอนอีก?”มู่จื่อหานนั่งลงบนเก้าอี้เปลแกว่งข้างๆ “เปล่าหรอกตอนแรกก็ว่าจะนอนนั่นแหละ แต่เห็นนายนั่งอยู่ข้างนอกก็เลยออกมาดูน่ะ”เขาก้มหน้ามองมู่จื่อหาน “วันมะรืนจะเริ่มสงครามกลางเมืองแล้ว ใกล้เข้ามามากขึ้นทุกทีแล้วสินะ”มู่จื่อหานสบตาเขา “ตื่นเต้นเหรอ?”“ก็ไม่ถึงกับตื่นเต้นขนาดนั้นหรอก เคยคิดว่าอยากจะพิชิตใต้หล้าก็เลยเข้ามาอยู่ในเกม แต่มาจนถึงตอนนี้พอได้มีโอกาสและมีความสามารถ ฉันกลับรู้สึก…” คำพูดติดอยู่กลางลำคอเพราะไม่รู้ว่าเขาควรใช้คำว่าอะไรเพื่อบรรยายความรู้สึกในเวลานี้“รู้สึกขาดหาย เพราะขาดคนที่ควรจะอยู่ที่นี่ด้วยกันใช่ไหม…” สายตาของมู่จื่อหานแอบแฝงด้วยความรู้สึกเศร้าโศก ทว่าก็ยังเต็มไปด้วยความห่วงใยที่อยู่ในนั้นเย่ฮวาถอนหายใจออกมาพร้อมกับยื่นมือไปจับมือเล็กๆ ของเธอ “บางครั้งฉันก็ไม่รู้ว่าควรจะเผชิญหน้ากับเธอยังไง การที่ภายในใจของฉันยังมีอีกคนอยู่ในนั้นมันไม่ใช่เรื่องยุติธรรมสำหรับเธอ แต่ฉันลืมเธอไม่ได้จริงๆ ไม่มีวิธีไหนที่จะทำให้ฉันลืมเธอได้เลย”มู่จื่อหานยิ้มจางๆ “ภายในใจของนายมีเธออยู่ในนั้นตลอด ฉันมาทีหลัง แค่เข้าไปอยู่ในใจของนายได้ก็ทำให้ฉันมีความสุขมากแล้วล่ะ เพราะฉันได้รับรู้ถึงความรู้สึกของนายที่มีต่อฉันแล้ว”เย่ฮวาสบตากับเธอและตั้งใจฟังสิ่งที่เธอกำลังพูด“เธอดีกับฉันมากจริงๆ”มู่จื่อหานหน้าแดงระเรื่อ ใบหน้าที่งดงามของเธอดึงดูดให้เขาขยับหน้าเข้าไปใกล้เธอมากขึ้นเรื่อยๆ มู่จื่อห