นไป ?”มู่จื่อหานกระตุกยิ้มพร้อมกับใช้ศีรษะพิงมาที่บ่าของเขา “อื้ม แล้วแต่นายเลย”เย่ฮวายิ้มพร้อมกับยกแขนขึ้นมาโอบบ่าเธอไว้ “ที่จริงตั้งแต่ฉันเข้ามาอยู่กิลด์หานเยว่เหมิงก็มีแต่เรื่องวุ่นวายเต็มไปหมด แต่ละวันพวกเราต่างก็ต้องผ่านกับการต่อสู้กับคนของวิหารสังหารเทพและซายวี่…”มู่จื่อหานส่ายหน้า “ไม่หรอก…อันที่จริงกิลด์หานเยว่เหมิงกลับมาได้อีกครั้งก็เป็นเพราะการต่อสู้กันระหว่างเราและกิลด์วิหารสังหารเทพ จากที่เคยเป็นกิลด์ที่มีจำนวนผู้เล่นหลักพันก็ลดลงเหลือแค่ผู้เล่นหลักแค่ 300 คน แต่ก็เป็นผู้เล่นชั้นดีทั้งหมด และที่ทุกอย่างกลับมาอีกครั้งก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากนายเข้ามาอยู่กับพวกเราและกลายเป็นผู้บัญชาการให้กับกิลด์หานเยว่เหมิง ฉันกับเยว่เอ๋อร์เป็นแค่ผู้บุกเบิกที่สร้างกิลด์นี้ขึ้นมาเท่านั้นแหละ”เย่ฮวายิ้ม “เธอก็พูดเกินไป ถ้าไม่ใช่เพราะรู้จักกับพวกเธอ ป่านนี้ฉันคงยังเป็นแค่นักดาบตัวเล็กๆ ที่ถูกกิลด์วิหารสังหารเทพไล่ฆ่าอยู่เลย และป่านนี้ฉันก็คงจะเป็นผู้เล่นที่ไร้ตัวตนอยู่เลยมั้ง”มู่จื่อหานเปล่งเสียงอืมออกมาเบาๆ หลังจากนั้นก็พูดต่อว่า “บางครั้งฉันก็รู้สึกได้ว่าเรื่องของโชคชะตาช่างเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดเหลือเกิน”เย่ฮวาก้มหน้ามองมู่จื่อหานพร้อมกับยิ้ม ส่วนมู่จื่อหานก็เงยหน้าขึ้นมามองเขาเช่นกัน สายตาของทั้งคู่ต่างจ้องมองซึ่งกันและกันขณะที่หัวใจยังคงเต้นตึกตักจนไม่เป็นจังหวะ แต่ถึงจะเป็นเช่