แม้ว่าเย่ฮวาจะมาถึงด้านข้างของเธอแล้วแต่เธอกลับยังไม่มีทีท่าว่าจะสนใจหรือรู้สึกตัวแม้แต่น้อย“อะแฮ่ม…”เย่ฮวาไอกระแอมออกมา มู่จื่อหานจึงหลุดออกจากภวังค์และรีบลุกขึ้นพร้อมกับพูด “เย่ฮวานายออกมาทำไม? ลินดาล่ะ?”เย่ฮวาฉีกยิ้ม “ฉันแค่ออกมาเดินเล่นน่ะ ลินดาดูแลพวกเราทั้งสามคนมาทั้งวันแล้วคงจะเหนื่อยเหมือนกัน ไม่ต้องรบกวนเธอหรอก”“อื้อ”มู่จื่อหานพยักหน้าพร้อมกับหันมายิ้มให้เย่ฮวา “ว่าแต่นายออกมาทำอะไรเหรอ?”เย่ฮวาคิด “เอ่อ…วันนี้พระจันทร์ใหญ่ดีน่ะ ก็เลยออกมาชื่นชมแสงจันทร์สักหน่อย~”มู่จื่อหานหรี่ตามองเขา “นายอย่ามาโกหกฉันเลย ฉันรู้ว่านายคงไม่ได้คิดที่จะมาชื่นชมแสงจันทร์หรอก”เขายักไหล่เล็กน้อย เป็นเพราะบาดแผลบนร่างกายยังไม่หายดีจึงทำให้การเคลื่อนไหวไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่นักเขายิ้มพลันพูดขึ้นว่า “ที่จริงฉันเห็นเธอนั่งเหม่ออยู่น่ะ อีกอย่างตอนนี้ก็สองทุ่มกว่าแล้วก็เลยออกมาดูเธอหน่อย”มู่จื่อหานวางแก้วชานมลงแล้วเดินมาทางด้านหลังของเขาจนทำให้กลิ่นหอมๆ จากตัวเธอแตะจมูกเข้าเต็มๆ มู่จื่อหานผลักวีลแชร์อย่างช้าๆ ก่อนจะเริ่มเข็นรถและเดินไปตามทาง ระหว่างที่เดินพวกเขาก็เริ่มพูดคุยกันเรื่อยเปื่อยเป็นเพราะหลังจากเกิดเหตุการณ์ลักพาตัวในตอนนั้นทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาดีขึ้นเรื่อยๆ และมันก็ช่วยตัดความรู้สึกเคอะเขินและกระอักกระอ่วนใจไปได้มากพวกเขาเดินพูดคุยท่ามกลางความมืดอย่างต่อเนื่องทว่าจู่ๆ มู่จื่อหานก็หยุดเดิ