“เย่ฮวา…ช่วงสองวันมานี้ฉันสูบบุหรี่ไปตั้งหลายซองเลยนะ แล้วฉันก็พบเรื่องนึงที่โคตรสำคัญเลย~” เสียงของกวาจื่อดังขึ้นจากที่นั่งข้างเตียงผู้ป่วยเย่ฮวาทนต่อความเจ็บปวดและค่อยๆ ยกศีรษะขึ้นมาอย่างช้าๆ ก่อนจะมองไปยังกวาจื่อที่อยู่ท่ามกลางความมืด“เรื่อง?”กวาจื่อลุกขึ้นยืนและเดินมาข้างๆ เย่ฮวาก่อนจะหยิบบุหรี่หนึ่งมวนออกมาคาบไว้แล้วมองมาที่เขา หลังจากนั้นกวาจื่อก็นำบุหรี่เก็บเข้าไปในกระเป๋าอีกครั้งพลันยิ้มออกมา “ไอ้หนูเอ้ย! นายกำลังแสดงความรักให้คนโสดแบบฉันดูอีกแล้วนะ!”เย่ฮวาถลึงตาโต “พูดบ้าไรของนาย!”กวาจื่อเบ้ปาก “คนอื่นอาจจะมองไม่ออกแต่ฉันรู้จักนายดี นายลองดูสิหลังจากที่เกิดเรื่องขึ้นทั้งนายและมู่จื่อหานต่างก็มองหน้ากันและกันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก มีความใคร่…เอ่อะ…มีความรู้สึกที่ดีต่อกัน…หรือนายจะเถียงว่าตัวเองใจไม่เต้นแรงเวลาที่ได้อยู่กับมู่จื่อหาน?”เย่ฮวาแค้นเสียงออกมาและไม่ได้พูดอะไรต่อจากนั้นกวาจื่อนั่งลงข้างๆ เตียง หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งเขาก็พูดต่อว่า “ไอ้หนูเอ้ย…ครึ่งปีมานี้ฉันก็กลัวว่านายจะระทมทุกข์อยู่กับเรื่องเดิมๆ แต่ตอนนี้หลังจากผ่านเรื่องต่างๆ มาได้ฉันก็รู้สึกสบายใจขึ้นเยอะเลย พูดตามตรงเลยนะ…นายกับมู่จื่อหานโคตรเหมาะสมกันเลย แค่มองก็รู้แล้วว่าพวกนายเองก็มีความรู้สึกที่ดีต่อกัน ฉันว่านายสารภาพไปตรงๆก็เรียบร้อยแล้ว เพราะถ้านายทำแบบนี้ฉันจะได้มีเหตุผลดีๆ สักข้อเพื่