ภาพทุลักทุเลไม่น้อยกว่าจะนั่งลงบนเก้าอี้วีลแชร์ได้ แม้ว่าจะเป็นระยะห่างเพียงใกล้ๆ จากเตียงลงมายังเก้าอี้วีลแชร์ แต่มันก็ยังกินเวลาไปหลายนาทีอีกทั้งยังทำให้ศีรษะของเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อแขนซ้ายของเย่ฮวายังมีเฝือกอยู่ อันที่จริงบนร่างกายของเขายังมีผ้าพันแผลที่พันแผลไว้อีกหลายจุด จึงทำให้ตอนนี้ไม่ได้ต่างอะไรกับมัมมี่ที่สวมใส่ชุดเลยสักนิด ไม่แปลกใจเลยที่กวาจื่อจะพูดกับเขาว่าไม่เคยเห็นเย่ฮวาบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้มาก่อน อันที่จริงนี่ก็เป็นครั้งแรกของเขาเหมือนกันที่ได้เห็นตัวเองอยู่ในสภาพแบบนี้หลังจากเก็บของแล้วกวาจื่อก็เข็นเย่ฮวาออกมาจากห้อง เขาสูดหายใจเข้าจนเต็มปอด ใช้เวลาเพียงแค่สองวันก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว ดูเหมือนว่าผอ. ของที่นี่คงต้องชื่นชมความกล้าหาญของเขาแล้วล่ะอันที่จริงเขาก็อยากอยู่ที่นี่ต่ออีกสัก 2-3 วันเพื่อรักษาตัว ทว่ามู่จื่อหานตัดสินใจย้ายเย่ฮวาไปที่วิลล่าเสียก่อนเขาจึงยอมทำตามที่เธอตัดสินใจ เพราะเขารู้ดีว่าสิ่งที่เธอเลือกให้จะต้องเป็นสิ่งที่ดีอย่างแน่นอนด้านนอกโรงพยาบาลมีรถตู้สีขาวจอดอยู่ที่ด้านหน้าประตู มู่จื่อหายและเยว่เอ๋อร์ยืนอยู่ข้างรถพร้อมกับโบกมือให้พวกเขา พวกเธอทั้งสองเดินตรงเข้ามา ยังไม่ทันได้พูดอะไรเยว่เอ๋อร์ก็ยื่นช่อดอกไม้สีเหลืองอ่อนมาตรงหน้าเย่ฮวาพร้อมกับพูด “ยินดีด้วยนะ ได้ออกจากโรงพยาบาลสักที~”เย่ฮวารับดอกไม้มาและสูดดมกลิ่นหอมของมันก่อนจะพูดขึ้น “ถึงแม้ว่าจะรู้ส