ี … ”กวาจื่อ ไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่เขาทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงของเย่ฮวา และพูดขึ้นเบาๆ : “นาย … นายฝันถึง เสี่ยวหยู่ใช่มั้ย”ในขณะที่พูด กวาจื่อ ก็หันหน้ามอง เย่ฮวา ด้วยใบหน้าเศร้าๆ เขาจึงพยักหน้ารับเบาๆ กวาจื่อ จึงพูดปลอบขึ้น:“อย่าคิดมากเลย เสียวเสี่ยว จากไปแล้วร่วมปี ฉันเข้าใจความรู้สึกของนาย แต่นายก็ไม่ควรทรมานตัวเอง แทนที่นายจะเอาแต่คิดถึงเรื่องนี้ นายควรจะนึกถึงพ่อแม่ของนายด้วยเหมือนกัน นายไม่ยอมไปเรียน เอาแต่ขลุกอยู่ในบ้านเช่าหลังนี้นับตั้งแต่ที่ เสี่ยวหยู่ จากไป นายคิดจะเป็นแบบนี้ไปตลอดชีวิตของนายเลยงั้นเหรอ? ”เย่ฮวา ได้แต่ยิ้มด้วยความขมขื่นพลางส่ายหัวแล้วพูดว่า “แม้ว่าฉันจะรู้ว่าการทำแบบนี้มันไม่ถูก แต่ฉันก็ไม่สามารถสลัดความทรงจำเหล่านั้นทิ้งได้และฉันก็ไม่มีวันลืมเสี่ยวหยู่”กวาจื่อ ยืนขึ้นแล้วเดินไปทางประตู ขณะที่ผ่านหน้าเย่ฮวาเขาก็ตบไหล่ลงเบาๆ แล้วพูดว่า “นายรู้หรือเปล่า ว่านายไม่สามารถก้าวขาออกไปข้างนอกได้ถ้ายังเป็นแบบนี้”หลังจากพูดจบเขาก็เดินออกจากห้องของเย่ฮวา และปิดประตูห้องเบาๆเย่ฮวา เอนกายลงบนเตียงด้วยความครุ่นคิด ใช่เขามีชีวิตจมปรักมาร่วมปี เสี่ยวหยู่ได้จากไปหนึ่งปี แต่เขายังคงมีชีวิตเหมือนซากศพไร้วิญญาณ ถ้าไม่ได้ กวาจื่อ คอยอยู่เคียงข้างเขา ตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้สึกตัวเสี่ยวหยู่หญิงสาวผู้น่ารักคนที่เขารักหมดใจ เธอทำให้เขาได้ลิ้มรสความรักและความสุขที่สุดในโลก แต่การจากไปขอ