งเธอมันก็ทำให้เขาได้ลิ้มรสชาติการแยกทางที่เจ็บปวดที่สุดในโลกความกังวลของพ่อแม่, ความกังวลของเพื่อน, การทรมานตัวเอง, จนตอนนี้เขาแทบจะไม่เป็นผู้เป็นคนมันจะดีเหรอ ถ้าหากเขาจะหายไปจากโลกนี้เพื่อไปพบเสี่ยวหยู่ ? เขาเฝ้าคิดถึงเรื่องนี้มากกว่าหนึ่งครั้ง แต่เขาไม่ใช่เด็กและเขายังมีพ่อแม่และคนที่ห่วงใยเขา ถ้าหากเขาจากโลกนี้ไป คนที่เศร้าเสียใจที่สุดก็คือพ่อแม่ แต่ตอนนี้เขามีชีวิตที่ไม่ต่างจากคนที่ตายไปแล้ว นี่ทำให้พ่อแม่ของเขาเป็นห่วงเขามากยิ่งขึ้นถึงแม้ว่าเสี่ยวหยู่จะบอกไว้ว่าเขาควรจะลืมเธอ แต่การจะลืมใครสักคนมันง่ายขนาดนั้นเลย ?…หลังจากนั้นไม่นานเย่ฮวา ก็เหยียดมือถูใบหน้าอย่างแรงแล้วลุกขึ้นแต่งตัวพร้อมกับเดินออกจากห้องเพื่อล้างหน้าหลังจากนั้นเขาก็ซักเสื้อผ้า เดินไปที่ห้องนั่งเล่นกวาจื่อ กำลังนั่งอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นราวกับกำลังรอเขาอยู่ เขาจึงเดินเข้าไปนั่งข้างๆ ซึ่งทานด้าน กวาจื่อ ถามขึ้นว่า “อะไร ? หรือว่านายจะคิดได้แล้ว”เย่ฮวา พยักหน้า: “อืม เหมือนฉันจะคิดได้แล้ว”กวาจื่อ พูดต่อ: “อาหารเช้าเตรียมไว้บนโต๊ะ รีบไปกินระหว่างที่มันยังร้อนๆ”เย่ฮวา มองดูอาหารเช้าบนโต๊ะ ก่อนจะเดินไปนั่งและเริ่มลงมือทานข้าว ที่เกือบจะเป็นมื้อเที่ยงเมื่อเห็นว่าเขากำลังทานอาหารเช้า กวาจื่อ ก็ลุกขึ้นและเดินไปที่ห้องของเขา ระหว่างที่ กวาจื่อ เดินผ่านไปเขาก็เอียงหัวไปด้านหลังพร้อมกับพูดเบาๆ “ขอบใจกวาจื่อ”หลังจาก กว