ั้งสองคนเกือบจะกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน ในตอนนี้ร่างของ หลิวเหมยเอ๋อร์ค่อยๆ มีหมอกบางสีชมพูลอยขึ้นมา ผสานรวมกับปราณยุทธ์แล้วถูก หลี่ลี่ค่อยๆ นำกลับเข้าสู่ร่างของตัวเอง
หมอกบางสีชมพูเพิ่งจะเข้าสู่ร่างของหลี่ลี่ ก็ถูกฉากกั้นในตำหนักราตรีดูดซับไปทันที รวดเร็วอย่างยิ่ง
ใช้เวลาเต็มช่วงเช้า หลี่ลี่จึงดูดซับฤทธิ์ยาพันวันเมาในร่างของหลิวเหมยเอ๋อร์ออกมาจนหมด แต่หลี่ลี่ก็ไม่ได้ดึงปราณยุทธ์อันเย็นเยียบกลับ ยังคงช่วยหลิวเหมยเอ๋อร์ ฟื้นฟูร่างกายอย่างสุดกำลัง
อาจเป็นเพราะร่างกายของเด็กสาวอ่อนแอเป็นทุนเดิม หลี่ลี่จึงให้หลิวเหมยเอ๋อร์กินยาเม็ดบำรุงร่างกายและเสริมสร้างรากฐานที่ท่านผู้อาวุโสเมิ่งนำมาให้มากมาย ประกอบกับการช่วยฝึกฝนของเขา ก็ยังต้องใช้เวลาถึงสามวันกว่าจะทำให้หลิวเหมยเอ๋อร์ฟื้นคืนสภาพได้อย่างสมบูรณ์
“พี่ หลี่ลี่ หนูคิดว่าจะไม่ได้เจอท่านอีกแล้ว” หลิวเหมยเอ๋อร์ ที่ฟื้นคืนสภาพอย่างสมบูรณ์ ลืมตาขึ้นมาด้วยดวงตากลมโตเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา หยาดน้ำตาขนาดเท่าเมล็ดถั่วหยดลงมาไม่หยุด
“เด็กโง่ มีข้าอยู่ เรื่องแบบนั้นเป็นไปไม่ได้หรอก” หลี่ลี่ยิ้มบางๆ พลางกล่าว
ณ สำนักทดสอบยา วันสุดท้ายของการทดสอบยา ท่านเจ้าหน้าที่บริหารใหญ่ของสำนักชั้นในอย่างตวนอวี่ชิงและเจ้าหน้าที่บริหารใหญ่หูหยุนซานต่างมาร่วมงานกันพร้อมหน้า ตามธรรมเนียมแล้ว สำนักชั้นในก็ควรจะทดสอบผลลัพธ์ของศิษย์ทดสอบยาด้วย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าในบรรดาศิษย