ิ่วเอ๋อได้ยินดังนั้นก็พูดขึ้น “นี่…”
“ไม่มาก แค่ 2 ตําลึงเท่านั้น” รุ่ยเซียงกล่าวต่อ “เจ้าซื้อลาได้แล้ว ยังค้าขายในเมืองอีก ดังนั้นเงิน 2 ตำลึงนี้คงไม่แย่มากใช่หรือไม่?”
เมื่อจางซิ่วเอ๋อได้ยินดังนั้น สีหน้าของนางก็เย็นชาเล็กน้อย และพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “กิจการของข้าเป็นเพียงกิจการเล็ก ๆ ข้าเกรงว่าจะไม่สามารถให้เจ้ายืมเงินได้”
นางมีเงิน 2 ตําลึงอยู่ แต่… เหตุใดนางถึงต้องให้รุ่ยเซียงยืมด้วย?
เมื่อรุ่ยเซียงพูดถึงเรื่องนี้ นางก็ยังคงลังเลเล็กน้อย
แต่เมื่อได้ฟังสิ่งที่รุ่ยเซียงกล่าวในภายหลัง จางซิ่วเอ๋อยิ่งไม่ยากให้ยืมเงิน
นางมีเงินให้ยืมหรือ?
เงินของนางไม่ได้ปลิวมาตามลมเสียหน่อย!
ตอนนี้นางและน้องสาวยังอาศัยอยู่ในบ้านผีสิง ยังไม่มีที่อยู่เป็นของตัวเองเลย เงินที่เก็บสะสมไว้ยังไม่เพียงพอ!
เมื่อรุ่ยเซียงเห็นจางซิ่วเอ๋อปฏิเสธตนก็เบิกตากว้างแล้วพูดขึ้น “ซิ่วเอ๋อ เจ้าจะไม่มีเงินได้อย่างไร? เงินที่เจ้าขายเนื้อตุ๋นทุกวันมีไม่น้อย! แล้วเงินที่ผู้ชายให้เจ้ามาล่ะ?”
เมื่อจางซิ่วเอ๋อได้ยินเช่นนั้นก็พลันโมโห จึงมองไปยังรุ่ยเซียงแล้วกล่าวอย่างตรงไปตรงมา “รุ่ยเซียง ข้าไม่ได้มีเงินมากนัก และไม่มีใครให้เงินข้า นอกจาก