ริบตาเดียว นางก็รับรู้ได้ว่ามันไม่ใส่สิ่งที่คนธรรมดาทั่วไปจะมีได้
ฟู่ต้าเตากำลังมองหาคนที่จะสนับสนุนเขาได้
“ข้าบอกเจ้าแล้ว เจ้าอย่าได้คิดว่าเจ้ามีเถ้าแก่ร่ำรวยคอยช่วยเหลือแล้วข้าจะเกรงกลัวเจ้า! เจ้ารู้หรือไม่ว่าคนที่อยู่ข้างข้าคือผู้ใด?” ฟู่ต้าเตาตะคอกเสียงดัง
จางซิ่วเอ๋อเหลือบมอง “แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าเขาเป็นใคร? หรือว่าเขาเป็นบิดาของเจ้ากัน? เจ้าไม่สามารถเอาชนะข้าได้ เลยวิ่งกลับบ้านไปฟ้องบิดางั้นหรือ?”
คำพูดของจางซิ่วเอ๋อหยาบคายไม่น้อย แต่นางกลับรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องสุภาพกับคนเช่นนี้
ใบหน้าของฟู่ต้าเตามืดครึ้มทันที “เจ้าพูดอะไรออกมา! นี่คือพี่เขยของข้า! ไม่ใช่บิดา!”
“ที่เจ้ารีบมาอธิบายเช่นนี้ เพราะรู้สึกผิดต่อข้าขึ้นมาแล้วหรือ?” จางซิ่วเอ๋อถามกลับ
“ข้าจะบอกเจ้า! ว่าพี่เขยของข้าคือคนจากตระกูลเนี่ย! เจ้ารู้จักตระกูลเนี่ยหรือไม่? ตระกูลเนี่ยคือตระกูลที่ใหญ่ที่สุดในสิบลี้แปดหมู่บ้าน! ต่อให้เถ้าแก่เฉียนแห่งโรงเตี๊ยมอิ๋งเค่อจวีจะยอดเยี่ยม แต่เขาก็ต้องเกรงกลัวต่อตระกูลเนี่ย!” ฟู่ต้าเตาเน้นย้ำคำว่าตระกูลเนี่ย เขากล่าวมันออกมาอย่างภาคภูมิใจ
จางซิ่วเอ๋อตกตะลึงเมื่อได้ยินคำว่าตระกูลเนี่ย นางใช้เวลาสัก