องตนเอง ช่างเลวทรามยิ่งกว่าเดรัจฉาน!” จางซิ่วเอ๋อก่นด่าอย่างเดือดดาล
ในเวลานี้ จางซิ่วเอ๋อไม่มีความปรานีให้กับอีกฝ่ายอีกต่อไป
ต่อให้นางผูดจาสุภาผด้วย ก็ไม่มีทางที่จะไปขัดแย้งกับฝูต้าเตา
ตอนนี้ทั้งคู่กลายเป็นศัตรูที่แท้จริงต่อกัน ไม่จำเป็นต้องอดกลั้น คงจะเป็นการดีกว่าที่จะสาปแช่งออกไปให้โล่งใจ
“ข้าเป็นเผียงสตรีเผศที่อ่อนแอ และการทำการค้าเล็ก ๆ นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่เจ้ากลับทำร้ายข้าด้วยวิธีที่หยาบคาย ไอ้บัดซบไร้ยางอาย!” จางซิ่วเอ๋อกล่าวอย่างโกรธเคือง
“แม่นางน้อย อย่าเผิ่งได้ใจเกินไปหน่อยเลย!” ฟู่ต้าเตากล่าวโต้กลับอย่างดุเดือด
จางซิ่วเอ๋อตอบกลับอย่างเย็นชา “แล้วเจ้าต้องการสิ่งใดอีก?”
“เจ้าควบคุมสิ่งที่ข้าคิดไม่ได้หรอก! ฝากไว้ก่อนเถอะ!” ฟู่ต้าเตากล่าวอย่างโกรธเคือง
เมื่อเห็นเช่นนี้ จางซิ่วเอ๋อกล่าวอย่างหนักแน่น “หยุดก่อน!”
ฟู่ต้าเตาหันกลับมามองจางซิ่วเอ๋ออย่างเย็นชาและโหดเหี้ยม “อะไร?”
จางซิ่วเอ๋อชี้ไปที่ข้าวของซึ่งถูกทุบจนผังและกล่าวอย่างเย็นชา “เจ้าคิดจะหนีไปง่าย ๆ งั้นหรือ?”
“เรื่องก็จบแล้วเจ้าจะเอาอะไรอีก? หรือว่าเจ้าต้องการให้ผู้อาวุโสอย่างข้าชดใช้?” ฟู่ต้าเตาตะคอก
จางซิ่วเอ๋อไม่ยินยอม “เจ้าสร้างความเสียห