อ่ยเสียงแผ่ว “เช้านี้นางมาซื้อหมูกับเราจริง ๆ เจ้าค่ะ”
“นี่ไงล่ะ นังคนเล็กยอมรับแล้ว” หญิงชราชุดครามได้ยินดังนั้นก็มีอารมณ์พลุ่งพล่านขึ้นมา
จางซิ่วเอ๋อถามเรื่องนี้ก็เพราะต้องการมั่นใจว่าหญิงชราผู้นี้ได้ซื้อของจากพวกนางไปจริงหรือไม่
ถ้าไม่เคยซื้อ นางก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาพูดอะไร
ต่อให้เคยซื้อ…..
จางซิ่วเอ๋อก็ไม่คิดว่าหมูพะโล้ของตนจะทำให้คนอื่นมีสภาพเช่นนี้ได้
หมูตุ๋นของนางปรุงด้วยเครื่องเทศที่หาได้ทั่วไป ส่วนเนื้อหมูก็สดใหม่และตุ๋นในหม้อทั้งคืน ด้วยสภาพการณ์นี้แล้วก็ไม่มีทางที่เนื้อหมูจะเน่าเสีย
เพียงแต่ตอนนี้จางซิ่วเอ๋อยังไม่แน่ใจว่าหญิงชราผู้นี้มีจุดประสงค์อะไร หากเป็นแค่การเข้าใจผิด นางก็ไม่จำเป็นต้องพูดจาร้าย ๆ ใส่ แบบนั้นจะกลายเป็นว่านางร้อนตัวเสียเอง
ถ้ามาหาเรื่อง? ก็ว่ากันไปอีกอย่าง
“แม่เฒ่า ท่านลุกขึ้นก่อน เรามีอะไรค่อยพูดค่อยจากัน” จางซิ่วเอ๋อกวาดสายตามองหญิงชราที่นั่งร้องไห้โหยหวนและใช้มือตีพื้นไม่หยุด
หญิงชราชุดครามคร่ำครวญ “ข้ายังปวดท้องอยู่เลย ลุกไม่ไหว…”
จางซิ่วเอ๋อพยายามทำน้ำเสียงให้นุ่มนวล “ท่านบอกว่าหลังจากพวกท่านกินหมูพะโล้ของข้าไปแล้วป่วย แต่คนที่กินหมูพะโล้ของข้าไม่