ได้มีแต่พวกท่าน ทำไมมีแต่พวกท่านที่ป่วยล่ะ?”
พูดมาถึงนี่ จางซิ่วเอ๋อชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ “หรือพวกท่านกินอาหารที่เสียแล้วอย่างอื่นเข้าไป”
จางซิ่วเอ๋อรู้สึกว่าใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
“อาหารอย่างอื่นอะไรกัน! พวกเรากินหมูพะโล้ที่เจ้าขายไปวันนี้ถึงกลายเป็นแบบนี้! ต้องเป็นเพราะหมูพะโล้ที่นังชั้นต่ำอย่างเจ้าขายไม่สดแน่ ๆ! หรือไม่ก็ผสมของมีพิษอะไรลงไป!” หญิงชราชุดครามตะคอกอย่างเดือดดาลออกมาทันที
จางซิ่วเอ๋อได้ฟังดังนั้นก็เริ่มโมโห เวลานี้ไม่คิดจะรักษาภาพพจน์อ่อนโยนของตัวเองแล้ว
ที่หญิงชราผู้นี้คาดคั้นถึงเพียงนี้คงไม่ใช่เรื่องธรรมดาแล้วในสายตาของจางซิ่วเอ๋อ
ต่อให้กินแล้วท้องเสียจนเกิดความโกรธแค้นก็ไม่ถึงขั้นต้องมาปรักปรำนางว่าวางยาพิษนี่
เสียงของจางซิ่วเอ๋อเข้มขึ้น “ใครจะไปรู้ว่าเจ้าไปกินอย่างอื่นมาถึงได้เป็นแบบนี้หรือไม่? บัดนี้เจ้าจะโยนให้เป็นความผิดเราก็ต้องงัดหลักฐานออกมาหน่อย? อีกอย่าง ในเมื่อเจ้าปวดท้องจนทนไม่ไหวแล้วเหตุใดถึงไม่ไปหาหมอก่อน?”
หญิงชราชุดครามได้ยินแบบนี้ก็มีแววตาไหววูบไปแวบหนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นเสียงดัง “ทำไมรึ? เจ้าจะบอกว่าข้ามาหลอกเอาเงินเจ้ารึ? ดูท่าทางยากจนของเจ้าสิ ใครจะหลอก