ข้าวสาลีย่างอย่างนี้เช่นกัน
เขานึกว่าชั่วชีวิตนี้ตัวเองก็คงไม่สามารถรู้สึกสงบเฉกเช่นตอนนั้นได้อีกแล้ว คิดไม่ถึงว่าจะได้รื้อฟื้นความรู้สึกนี้อีก
จางซิ่วเอ๋อเอ่ยขึ้น “ก็ต้องอร่อยอยู่แล้ว ข้าเสียกระโปรงไปหนึ่งตัวเพราะรวงข้าวสาลีนี่เลยนะ”
นางแค่พูดไปอย่างนั้น แต่พอเนี่ยหย่วนเฉียวได้ยินแบบนี้กลับรู้สึกอึดอัดนิดหน่อย
เมื่อครู่เขาเพิ่งฉีกกระโปรงจางซิ่วเอ๋อ…..จนขาด…..
ความคิดนี้วนอยู่ในหัวของเนี่ยหย่วนเฉียว จนเนี่ยหย่วนเฉียวหน้าแดงเล็กน้อย
“เจ้านาย ท่านเป็นไข้หรือขอรับ” เถี่ยเสวียนนั่นติดกับเนี่ยหย่วนเฉียวจึงเห็น เขาพูดพลางยื่นมือไปแตะหน้าผากเนี่ยหย่วนเฉียว
เขาไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงแบบนี้จนชินแล้ว กิริยาท่าทางก็ไหลลื่นไม่ติดขัด
แต่ขณะที่มือของเถี่ยเสวียนแตะลงไปบนหน้าของเนี่ยหย่วนเฉียว เนี่ยหย่วนเฉียวก็กวาดสายตามองไป “หุบปาก”
จางซิ่วเอ๋อมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น “เป็นอะไรหรือ?”
เวลานี้เถี่ยเสวียนก็อยากรู้ว่าเป็นอะไรไป เขาทำอะไรผิดให้เจ้านายตัวเองต้องโกรธ แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ทำนี่
แต่ตอนนี้เขาไม่กล้าถามไปแบบนั้น
เขาได้แต่ตอบเสียงแห้งๆ “ไม่เป็นอะไร”
ตอนนี้เนี่ยหย่วนเฉียวไม่มีกะจิตกะใจจะไปห่วงใยเถี่ยเ