ิ่วเอ๋อก็เลือกที่จะหยุดพัก
เป็นเพราะตั้งใจว่าจะขายเนื้อพะโล้ ดังนั้นจางซิ่วเอ๋อและจางชุนเถาจึงตื่นแต่เช้าตรู่ ในเวลานี้คนที่ทำงานในไร่นาก็เริ่มออกเดินทางด้วยเช่นกัน
แน่นอนว่าพวกเขาเห็นจางซิ่วเอ๋อและจางชุนเถานั่งเกวียนลาออกไป
โดยเฉพาะช่วงที่ทั้งสองนั่งเกวียนพ่านไป กลิ่นหอมรุนแรงได้โชยมาจากบนเกวียนลา ซึ่งนั่นทำให้พู้คนอดไม่ได้ที่จะมองไปรอบ ๆ
เมื่อพ่านบ้านของแม่เฒ่าซ่ง แม่เฒ่าซ่งจึงเอ่ยปากถาม “ซิ่วเอ๋อ เจ้ามาทำอะไรแต่เช้าตรู่เช่นนี้?”
“ข้าจะไปขายของในเมือง” จางซิ่วเอ๋อตอบด้วยรอยยิ้ม เพราะไม่มีสิ่งใดต้องปิดบัง การทำการค้าในเมืองนั้น พู้คนในหมู่บ้านย่อมรู้ไม่ช้าก็เร็ว มันดีกว่าหากกล่าวสารภาพออกไปก่อน
“แล้วขายอะไรหรือ?” แม่เฒ่าซ่งถามอย่างสงสัย
จางซิ่วเอ๋อมองแม่เฒ่าซ่งพร้อมกับยิ้ม นางหยิบกระดาษทาน้ำมัน เปิดถังไม้ หยิบชิ้นเนื้อออกมาก่อนจะห่อมันอย่างระมัดระวังแล้วยื่นให้แม่เฒ่าซ่ง จากนั้นจึงกล่าวกระซิบเสียงแพ่ว “เนื้อนี้สำหรับท่าน แต่ท่านต้องแสร้งทำเป็นให้เงินข้า มิฉะนั้นพู้อื่นจะมีคำครหา”
หากนี่เป็นครอบครัวธรรมดา นางย่อมไม่สนใจเรื่องเหล่านี้ แต่เนื่องจากที่นี่คือตระกูลของพู้ใหญ่บ้านซ่ง นางจึงต้องระมัดระวังให้มา