ก็รบกวนท่านแล้ว”
“ระหว่างพวกเรายังมีเรื่องยุ่งยากอะไรอีก แต่ไม่รู้ว่าแม่นางซิ่วเอ๋อวางแผนจะทําอะไร” เมื่อเถ้าแก่เฉียนพูดมาถึงตรงนี้ ใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เขาอยากรู้จริง ๆ ในความคิดของเขา จางซิ่วเอ๋อแตกต่างจากสตรีทั่วไป อาจจะมีความคิดบางอย่างก็เป็นได้
จางซิ่วเอ๋อกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ข้าแค่จะขายเนื้อตุ๋นนิดหน่อย”
เถ้าแก่เฉียนได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้า “หากเจ้าทําเนื้อตุ๋นจะต้องอร่อยกว่าร้านอื่นแน่”
ในเมืองแห่งนี้มีคนขายเนื้อตุ๋น แต่เนื้อตุ๋นนั้นแตกต่างกันกับของจางซิ่วเอ๋ออย่างสิ้นเชิง
เพียงแค่หมักด้วยน้ำเกลือและซีอิ๊วขาวแล้วปรุงสุก แต่ไม่มีผู้ใดกล้าใส่เครื่องเทศลงไป
ด้วยเครื่องเทศที่จางซิ่วเอ๋อถืออยู่ในมือ สายตาของคนนอกล้วนแต่เป็นเป็นสมุนไพรทั้งนั้น ไม่มีผู้ใดกล้าเสี่ยง หากมีคนกินเข้าไปแล้วเสียสติล่ะ?
ทว่าจางซิ่วเอ๋อไม่กลัว แค่พริกไทยกับโป๊ยกั๊กหรืออะไรทำนองนั้นก็ยังทำให้คนเสียสติได้หรือ? หากเป็นจริงคนสมัยนี้คงสูญพันธุ์ไปนานแล้ว ใครจะกล้าพูดว่าตนเองไม่เคยกินของแบบนี้มาก่อน?
“ถึงตอนนั้นข้าจะส่งมาให้ท่านได้ลองชิม” จางซิ่วเอ๋อยิ้ม
นางไม่กลัวว่าเถ้าแก่เฉียนจะรังเกียจสิ่งที่นางส่งมา