แม้จางซานหยาจะละโมบอยากกินมากเท่าใด แต่นางก็ยังมีความคิดความอ่านมากกว่าเด็กคนอื่นในวัยเดียวกัน
หากเป็นสือโถวในตอนนี้ ไม่ว่ามันจะดิบหรือสุก เขาคงไม่อาจอดทนรอสักครู่ได้ คงต้องร้องไห้สะอึกสะอื้นเพื่อขอกินมัน
แม้จางซานหยาจะกระวนกระวายใจและถามออกเป็นครั้งคราว แต่นางก็ไม่ร้องไห้หรือสร้างปัญหาใด
ในที่สุดความปรารถนาของจางซานหยาก็เป็นความจริง จางซิ่วเอ๋อยกหม้อขึ้นแล้ว
หลังจากรอให้มันคลายความร้อนลงบ้าง จางซิ่วเอ๋อจึงหยิบตะเกียบแทงเข้าไปในเนื้อ หากมันสามารถแทงเข้าไปได้ ก็แสดงว่าเนื้อสุกแล้ว
จางซิ่วเอ๋อตักเนื้อขึ้นมา นางมองน้ำแกงในหม้ออยู่ครู่ก่อนจะตัดสินใจไม่ตักมันขึ้นมา
น้ำแกงหัวหมูมันเยิ้มจนไม่เหมือนน้ำแกงกระดูก
จางซิ่วเอ๋อพบเนื้อไม่ติดมันชิ้นหนึ่ง นางจึงฉีกมันออกมาพร้อมกับหยิบใส่ชามใบเล็กมอบให้จางซานหยา
จางซิ่วเอ๋อรู้ว่าจางซานหยาไม่ใช่เด็กที่ไร้มารยาท หากนางให้มันกับจางซานหยาโดยตรง จางซานหยาจะไม่กินก่อนใครอื่น
เช่นนี้จางซิ่วเอ๋อยกยิ้มพร้อมกล่าวว่า “ซานหยา ช่วยพี่สาวชิมหน่อยว่ามันอร่อยหรือไม่”
จางซานหยาพยักหน้าพร้อมกับใช้ตะเกียบคีบมันขึ้นมาหนึ่งชิ้น
หัวหมูตุ๋นนี้รสชาติดี มีรสชาติเฉพาะ