นเกวียนก็อดที่จะกระโดดโลดเต้นไม่ได้ “พี่หญิง ข้าดีใจยิ่งนัก ข้าไม่คิดมาก่อนเลยว่าบ้านเราจะมีเกวียน! คราวหน้าไปบ้านท่านยายคงไม่ต้องลำบากแล้ว!”
จางซิ่วเอ๋อกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ใช่แล้ว”
“พี่หญิง ท่านวางใจเถอะ ข้าจะตัดหญ้าให้มาก และดูแลมันให้ดี!” จางชุนเถาให้คํามั่นอย่างจริงจัง
จางซิ่วเอ๋อมองไปที่ลาและกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ตกลง จากนี้ไปให้เจ้าเป็นคนดูแลมันนะ”
สีหน้าของจางชุนเถาเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นมาทันที รู้สึกราวกับถูกมอบหมายให้รับผิดชอบงานสำคัญ
จางซิ่วเอ๋อและจางชุนเถาพูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน
ทันทีที่มาถึงหมู่บ้าน ทั้งสองคนก็กระตุ้นความสนใจของผู้อื่นขึ้นมา
คนแรกคือแม่ม่ายหลิว นางเอนกายอยู่ใต้ต้นหวายฉู่ขนาดใหญ่เพื่อทำตัวหว่านเสน่ห์ เมื่อนางเห็นจางซิ่วเอ๋อก็อดไม่ได้ที่จะให้ความสนใจมากยิ่งขึ้น
“โอ้ จางซิ่วเอ๋อ เจ้าไปเอาเกวียนลามาจากไหน ในหมู่บ้านของเราไม่มีใครมีเกวียนลามิใช่หรือ?” แม่ม่ายหลิวเอ่ยถาม
ตามมาด้วยแม่หลินที่กำลังนินทาอย่างออกรสอยู่ใต้ต้นไม้
ตอนนี้แม่หลินปลงกับเรื่องที่สวี่อวิ๋นซานหนีออกจากบ้านได้บ้างแล้ว แต่เมื่อเห็นจางซิ่วเอ๋อ นางก็ยังไม่มีท่าทางที่ดีต่อจางซิ่วเอ๋อ
“ไม่ใช่ว่าไปขโมยมานะ!” แม่หลินพูดด้วยท่าทางดุร้าย
แม่ม่ายหลิวและแม่หลินไม่ได้เป็นเพื่อนกัน ทว่าทั้งสองต่างไม่ชอบจางซิ่วเอ๋อ
แม่ม่ายหลิวรีบตอบกลับทันที “เลวจริง ๆ ตอนที่นางออกไปไม่ได้ขับเกวียนลา แต่เมื่อกลับมานางก