ลับขับเกวียนมาหนึ่งคัน อีกทั้งไม่เห็นใครขับเลย คงไม่ใช่ลูกจ้างแน่… ที่มาของเกวียนคันนี้ไม่ชัดเจนจริง ๆ!”
เมื่อจางซิ่วเอ๋อมาถึงหมู่บ้าน นางจึงชะลอความเร็วลง
แน่นอน ไม่ใช่ว่าจางซิ่วเอ๋อตั้งใจอวดดี แต่จางซิ่วเอ๋อพบใครบางคนอยู่ข้างหน้านาง ดังนั้นนางจึงไม่สามารถชนคนได้
เมื่อถึงใต้ต้นหวายฉู่ สองพี่น้องก็ได้ยินบทสนทนานี้
ก่อนที่จางซิ่วเอ๋อจะโต้ตอบ จางชุนเถาผู้ซึ่งกระตือรือร้นที่จะปกป้องพี่สาวก็รู้สึกรำคาญ “พวกท่านกำลังพูดถึงเรื่องอันใด เกวียนของพวกข้าไม่ได้ขโมยมา!”
“โอ้ พวกเราแค่พูดไปเรื่อยเปื่อย เจ้าจะร้อนตัวด้วยเหตุใด?” แม่หลินแค่นเสียงเย็นชา
จางซิ่วเอ๋อมองไปยังแม่หลิน และหันกลับไปพูดกับจางชุนเถาช้า ๆ “ชุนเถาอย่าโกรธเคืองคนอย่างแม่หลินเลย นางเป็นบ้าไปแล้ว”
“นังแพศยา เจ้าว่าอะไรนะ? ใครบ้ากัน?” แม่หลินจ้องมองจางซิ่วเอ๋อด้วยความโกรธ
จางซิ่วเอ๋อชําเลืองมองแม่หลิน “ข้าว่านะท่านป้าหลิน เหตุใดท่านถึงตื่นเต้นนัก? ข้าแค่พูดเรื่อยเปื่อยกับน้องสาวของข้า”
จางซิ่วเอ๋อย้อนคําพูดใส่แม่หลินโดยไม่มีท่าทางเปลี่ยนแปลงใด ๆ
คราแรกแม่หลินไม่พอใจอยู่แล้วเมื่อนางเห็นจางซิ่วเอ๋อ แต่เมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้น แม่หลินก็ยิ่งโกรธเคืองมากขึ้น
นางยืนขึ้นและขวางเกวียนลาของจางซิ่วเอ๋อ
จางซิ่วเอ๋อขมวดคิ้ว “ท่านทําอะไรน่ะ? หลีกทางไป!”
“ข้าไม่หลีก! วันนี้ข้าจะอยู่ตรงนี้ เจ้าอย่าคิดว่าจะผ่านที่นี่ไปได้!” แม่หลินพูดด้วยท่าทาง