บสิ่งที่เขาจะกล่าวออกแน่นอน
แม้เนี่ยหย่วนเฉียวรู้ว่าจางซิ่วเอ๋อไม่ได้ต่อต้านเขาและยังปฏิบัติกับเขาอย่างดีในตอนนี้ แต่นางก็ยังคงห่างเหินกับเขาอยู่ ความรู้สึกเช่นนี้ทำให้เนี่ยหย่วนเฉียวไม่กล้าที่จะเข้าใกล้จางซิ่วเอ๋อมากเกินไป
“มีอะไรหรือ?” จางซิ่วเอ๋ออดไม่ได้ที่จะถามเมื่อเห็นว่าเนี่ยหย่วนเฉียวหยุดพูด
เนี่ยหย่วนเฉียวกล่าวอย่างกระตือรือร้น “ในเมืองอันตรายยิ่ง เจ้าระวังตัวด้วย”
จางซิ่วเอ๋อหัวเราะ “ไม่ต้องกังวล ข้าจะระวังตัว อีกอย่างคราวนี้ชุนเถาก็จะไปด้วยเช่นกัน”
“อย่าไปในที่ลับตาคน!” เนี่ยหย่วนเฉียวมองจางซิ่วเอ๋อด้วยแววตาจริงจังและเน้นถ้อยคำหนักแน่น
จางซิ่วเอ๋อพยักหน้ารับ “ข้าจะไม่ไปในสถานที่ลับตาคน”
ดังคำกล่าวที่ว่าหนึ่งกล้ำกลืนเกิดหนึ่งปัญญา ตอนนี้จางซิ่วเอ๋อเห็นแล้วว่าหัวใจของผู้คนนั้นเลวร้ายเพียงใด ต่อไปนางย่อมระวังตัวมากขึ้น
หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จสิ้น จางซิ่วเอ๋อและจางชุนเถาจึงไปรอรถที่ต้นหวายฉู่ใหญ่และนั่งเกวียนวัวไปด้วยกัน
มีลูกสะใภ้และแม่ยายมากมายนั่งอยู่บนเกวียนแล้ว พวกเขากำลังกระซิบบางอย่างต่อกันในเวลานี้
จางซิ่วเอ๋อลอบฟังอย่างระมัดระวัง ปรากฎว่าทุกคนกำลังพูดถึงรุ่ยเซียงอยู่
“ข้าไม่