“เจ้าคงไม่ได้เป็นแม่ม่ายจริง ๆ ใช่ไหม?” รุ่ยเซียงถามอีกครั้ง
จางซิ่วเอ๋อมองรุ่ยเซียงและรู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องสมควรนักที่อีกฝ่ายจะพูดเรื่องนี้ต่อหน้านาง แต่นางก็คิดว่ารุ่ยเซียงไม่ได้กลับมาที่หมู่บ้านชิงสือนานแล้ว จึงไม่รู้ถึงสถานการณ์ปัจจุบันของจางซิ่วเอ๋อ
สิ่งที่บอกเล่าจากปากผู้อื่น ก็ไม่แม่นยำเท่าสิ่งที่มาจากปากของเจ้าตัว ดังนั้นนางจึงถามคำเหล่านี้ออกมา
หรือบางทีรุ่ยเซียงอาจจะเป็นคนเถรตรงก็ได้
กล่าวสั้น ๆ ก็คือจางซิ่วเอ๋อเองก็ไม่ได้ถูกตราหน้าว่าเป็นแม่ม่าย ดังนั้นรุ่ยเซียงจึงถามออกมาเช่นนี้ ถึงอย่างไรจางซิ่วเอ๋อก็ไม่รู้สึกอึดอัดใด ๆ นางเพียงรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยเท่านั้น แต่ถึงกระนั้นก็ยังพยักหน้ายอมรับ
การเป็นม่ายมีอะไรงั้นหรือ? นางไม่ได้ทำสิ่งใดผิด! แล้วนางก็คิดว่าการเป็นม่ายนั้นไม่ใช่เรื่องผิดอะไร
รุ่ยเซียงมองจางซิ่วเอ๋อด้วยแววตาเห็นอกเห็นใจ “ซิ่วเอ๋อ ข้าขอโทษด้วย สิ่งที่แม่บอกกล่าวข้าไม่คิดเชื่อถือ ข้าไม่คาดคิดมาก่อนว่าเจ้าจะเป็น… แม่ม่ายตั้งแต่ยังเยาว์”
รอยยิ้มจางปรากฏที่มุมปากของจางซิ่วเอ๋อ “ไม่เป็นไรหรอก”
“ซิ่วเอ๋อ เจ้าก็ยังจิตใจดีเช่นเคย” รุ่ยเซียงถอนหายใจ
จางซิ่วเอ๋อถอนหายใจเล็กน้อยเมื่อได้ยิ