างซิ่วเอ๋อถามต่อ
“หลังจากนั้นอะไร?” ท่าทีประหลาดของจางซิ่วเอ๋อทำให้เขางุนงงมาก เขาไม่เข้าใจเลยว่าหลังจากนั้นที่จางซิ่วเอ๋อพูดถึงหมายความว่าอย่างไร
“ในเมื่อเจ้าจับข้ามาแล้วก็น่าจะรู้นะว่าข้าเป็นใคร เช่นนั้นเจ้าก็ต้องรู้ว่าบ้านสามีข้าคือตระกูลเนี่ย ตระกูลเนี่ยเป็นคนเช่นไรเจ้าไม่มีทางไม่รู้ ต่อให้ข้าเป็นลูกสะใภ้ตระกูลเนี่ยที่ไม่เป็นที่ต้อนรับนัก แต่ข้าก็ยังเป็นลูกสะใภ้ของตระกูลเนี่ย” จางซิ่วเอ๋ออ้างตระกูลเนี่ยอีกครั้ง
“ใช่แล้วจะทำไม ตอนนี้เจ้าก็เป็นเพียงแม่ม่ายที่ไม่มีบ้านสามีดูแล” ชายผู้นั้นแค่นเสียงเย็น แสดงถึงความดูแคลนจางซิ่วเอ๋อ
จางซิ่วเอ๋อกล่าว “พวกเขาไม่ได้ดูแลข้าก็จริง แต่ถ้าพวกเขารู้ว่าเจ้าขายข้าไปในที่แบบนั้น นี่เป็นเรื่องที่ทำให้ชื่อเสียงตระกูลเนี่ยมัวหมองเลยนะ ถึงตอนนั้นคนตระกูลเนี่ยไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่”
“เฮอะ เจ้าสำคัญตัวเองจริง ๆ เลยนะ คนตระกูลเนี่ยไม่มีทางสนเรื่องของเจ้าหรอก” ชายวัยกลางคนยิ้มเย็นและเอ่ย
“ถ้าตระกูลเนี่ยสนเรื่องข้าล่ะ? ถึงตอนนั้นข้าไม่มีจุดจบที่ดีก็จริง แต่ข้าว่าเจ้าเองก็คงไม่รอด ต่อให้ข้าไม่ดีอย่างไรก็ยังเป็นคนตระกูลเนี่ย เจ้าทำเช่นนี้เท่ากับเป็นปรปักษ์กับคนตระกูล