เนี่ย เท่ากับตบหน้าคนตระกูลเนี่ย” จางซิ่วเอ๋อพูดเสียงเข้ม
พูดมาถึงนี่ จางซิ่วเอ๋อชะงักไปเล็กน้อย นางทำหน้าตาเหมือนหวังดีกับคนผู้นี้ “หากทำให้ตระกูลเนี่ยไม่พอใจจริงๆ เจ้าจะจบปัญหายากนะ ข้าว่าคนที่สั่งให้เจ้าจับตัวข้ามาจงใจให้ร้ายเจ้า”
“เป็นไปไม่ได้” ชายวัยกลางคนปฏิเสธในบัดดล
“เจ้าอย่าเพิ่งรีบปฏิเสธ เจ้าลองคิดดูดี ๆ สิ คนที่สั่งให้เจ้าทำเรื่องนี้เชื่อใจได้จริง ๆ หรือ?” จางซิ่วเอ๋อถามกลับ
จางซิ่วเอ๋อรู้สึกว่าคนพวกนี้ส่วนใหญ่แล้วคบกันด้วยผลประโยชน์ จะเชื่อใจกันและกันได้อย่างไร
“เจ้านี่น่าสงสารจริง ๆ โดนผลักออกมารับหน้า” จางซิ่วเอ๋อทอดถอนใจ
“เจ้าหุบปากไปเลยนะ เจ้าคิดว่าเจ้าพูดเหลวไหลเช่นนี้แล้วข้าจะปล่อยเจ้าไปรึ? ฝันไปเถอะ” ชายวัยกลางคนเอ่ยเสียงเย็น
จางซิ่วเอ๋อหรี่ตาพลางกล่าว “ถ้าเจ้าคิดว่าคนตระกูลเนี่ยไม่สนข้า แล้วตระกูลฉินล่ะ”
“เจ้าน่าจะรู้นะว่าตระกูลฉินเป็นครอบครัวแบบไหน วันนี้ตอนเจ้าจับตัวข้ามา บ้านข้าง ๆ เป็นคนระดับไหนเจ้าน่าจะทราบนะ คนธรรมดาซื้อบ้านเช่นนั้นไม่ได้หรอก” จางซิ่วเอ๋อพูดต่อ
“เจ้าต้องการจะพูดอะไร” ชายวัยกลางคนมองจางซิ่วเอ๋ออย่างลังเล
เขาเห็นกับตาว่าจางซิ่วเอ๋อเดินเข้าไปบ้านหลังนั้น แล