กเบญจมาศป่าดูไม่งดงามเท่าดอกเบญจมาศ จึงตัดสินใจไม่พูดคำว่า ‘ป่า’ ออกมา และพูดแค่นี้แทน
ก่อนที่เขาจะมารับจางซิ่วเอ๋อ เถี่ยเสวียนก็บอกว่าสตรีทุกคนน่าจะชมชอบกับการถูกยกย่อง
เพื่อให้จางซิ่วเอ๋อไม่รังเกียจเขา เขาจึงตัดสินใจยกย่องจางซิ่วเอ๋อ
จางซิ่วเอ๋อเกือบจะสำลักออกมาเมื่อได้ยินดังนี้ นางถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ “เจ้าคิดว่าข้าเหมือนอะไร? เหมือนอะไรนะ? ”
“ดอกเบญจมาศ!” เสียงของเนี่ยหย่วนเฉียวทั้งลึกและแหบพร่า ชมเชยจากใจจริง
จางซิ่วเอ๋อมองเนี่ยหย่วนเฉียวนิ่ง ๆ ก่อนผละจากไปตรงหน้าเนี่ยหย่วนเฉียว
เนี่ยหย่วนเฉียวรู้สึกว่าจางซิ่วเอ๋ออารมณ์ไม่ดี จึงคิดในใจ หรือว่าหลังจากที่นางถูกชมเชยแล้ว จะตื่นเต้นและขี้อายจนไม่กล้าเจอใคร?
แต่เมื่อครู่เขาพยายามกลั่นกรองคำพูดออกมา นี่อาจไม่ใช่คำพูดที่มีวาทศิลป์นัก แต่ก็มาจากความคิดของเขา!
จางซิ่วเอ๋อเดินพลางคิดไปพลาง นางไม่สนใจหนิงอันจริง ๆ!
นางไม่อยากอธิบายอะไรให้หนิงอันฟังด้วย!
แม้ว่านางจะรู้สึกว่าดอกเบญจมาศเป็นสัญลักษณ์ของความสวยงาม แต่ในฐานะคนสมัยใหม่นางไม่สามารถยอมรับคำคำนี้ได้!
(เหตุที่จางซิ่วเอ๋อโกรธเพราะถูกชมว่าเหมือนดอกเบญจมาศ อาจเป็นเพราะดอกเบญจมาศในยุคหลังเป็นดอกไม้ที่ใช้ประดับหน้าโลงศพในงานศพ)
เนี่ยหย่วนเฉียวรีบเดินตามหลังจางซิ่วเอ๋อไปราวกับวิญญาณ
เมื่อมาถึงบ้าน จางซิ่วเอ๋อไม่แม้แต่จะมองเนี่ยหย่วนเฉียว และปิดประตูใส่ทันที
ดังนั้นจึงเหลือเนี่ยหย่วนเฉี