เอ๋อจะคิดแบบนั้น เพราะอย่างไรเขาก็เคยเห็นจางซิ่วเอ๋อสอนน้องสาวของนางอยู่ให้ระวังเจ้านายของเขา
การที่นางสอนน้องสาวเช่นนี้ ก็ไม่แน่ว่าในใจนางคงคิดแบบเดียวกัน!
เถี่ยเสวียนหยุดไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “ท่านลองคิดดูอีกทีนะขอรับ ถ้าท่านพูดออกไปแล้ว จางซิ่วเอ๋อไม่เห็นด้วยล่ะ? ท่านจะทำอย่างไร? ”
เนี่ยหย่วนเฉียวได้ยินดังนั้นก็กะพริบตาครั้งหนึ่ง แอบคิดในใจว่ายังไม่ทันได้พูดอะไรก็ถูกปฏิเสธเสียแล้ว
เถี่ยเสวียนไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติของเนี่ยหย่วนเฉียว และพูดอย่างจริงจังว่า “ดังนั้น ข้าว่าพวกเราควรคิดให้ออกก่อนว่าจางซิ่วเอ๋อคิดอะไรอยู่ ถ้าจางซิ่วเอ๋อคิดว่าท่านไม่เลว และมีความคิดเช่นนี้ ก็ย่อมเป็นเรื่องน่าดีใจมาก แต่ถ้าจางซิ่วเอ๋อไม่ได้คิดเช่นนั้น หรือจางซิ่วเอ๋อมีเจตนาอื่นใดต่อนายท่าน ขืนท่านพูดออกไป…จางซิ่วเอ๋อก็คงตกใจและให้คำตอบไม่ได้! ”
พูดง่าย ๆ ก็คือ เถี่ยเสวียนในตอนนี้ไม่มีความสุขอีกต่อไป เขายังคงเป็นสุนัขรับใช้ให้เนี่ยหย่วนเฉียว
เพราะเถี่ยเสวียนเดาว่าจางซิ่วเอ๋อจะปฏิเสธเขา เนี่ยหย่วนเฉียวจึงรู้สึกว่าคำพูดของเถี่ยเสวียนมีเหตุผล
เมื่อฟังคำพูดของเถี่ยเสวียน เขาก็ตกอยู่ในภวังค์ไตร่ตรอง
เถี่ยเสวียนเห็นเนี่ยหย่วนเฉียวฟังอย่างตั้งใจและจมดิ่งสู่ห้วงความคิด ในใจก็รู้สึกลอบดีใจขึ้นมาก
แต่ในเวลานี้เนี่ยหย่วนเฉียวก็เปิดปากพูดขึ้นมาอีกครั้ง
“เจ้าหมายความว่านางมีคนถูกใจอยู่แล้ว?” เนี่ยหย่วนเฉียวถามอ