ติดี ไม่ได้แสดงท่าทางเป็นศัตรูกับเขาออกมา แต่เห็นได้ชัดว่าสาวน้อยคนนี้กำลังจมอยู่ในโลกของตนและเศร้าเสียใจ…
ทันใดนั้นเถี่ยเสวียนก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกิน
เขาเปลี่ยนความขุ่นเคืองใจให้กลายเป็นแรงจูงใจ และกินข้าวมากกว่าปกติ
หลังจากกินข้าวเสร็จ จางซิ่วเอ๋อก็เก็บข้าวของและหยิบตะกร้าใบเล็กออกมา
เนี่ยหย่วนเฉียวเห็นดังนี้ก็รีบถามทันที “แม่นางซิ่วเอ๋อ เจ้าจะไปไหน? ”
จางซิ่วเอ๋อชำเลืองมองเนี่ยหย่วนเฉียวแวบหนึ่ง “จำสิ่งที่ข้าพูดเมื่อเช้าไว้ให้ดี พวกเราทำงานของตัวเองเอง ข้าทำอะไรก็ไม่เกี่ยวกับเจ้า ไม่ต้องรายงานเจ้า! ”
จางซิ่วเอ๋อเองก็รู้ว่านางมีทัศนคติที่ไม่ดี นางไม่ควรระบายโทสะของนางใส่เนี่ยหย่วนเฉียว
แต่จางซิ่วเอ๋อตอนนี้แค่อยากเว้นระยะห่างจากเนี่ยหย่วนเฉียว อย่างน้อยนางก็ต้องทำเพื่อไม่ให้เนี่ยหย่วนเฉียวคิดฟุ้งซ่าน! โดยเฉพาะอย่างยิ่งนางไม่สามารถทำให้เนี่ยหย่วนเฉียวรู้สึกว่านางจงใจปีนขึ้นเตียงของเขา! เพื่อให้เขารับผิดชอบ!
หลังจากนั้นจางซิ่วเอ๋อก็พาจางชุนเถาจากไป
เถี่ยเสวียนเดินไปหาเนี่ยหย่วนเฉียวเงียบ ๆ เอ่ยพึมพำ “เกิดอะไรขึ้นกับนางขอรับ? ทำไมนางถึงพูดจาก้าวร้าวรุนแรงนัก? ”
เนี่ยหย่วนเฉียวมองเถี่ยเสวียนด้วยสายตาล้ำลึก แล้วจู่ ๆ ก็เอ่ยขึ้น “ถ้าข้าบอกว่าข้าต้องรับผิดชอบนาง เจ้าจะคิดอย่างไร? ”
ตอนนี้เนี่ยหย่วนเฉียวยังพูดไม่ได้ว่าชอบหรือไม่ชอบจางซิ่วเอ๋อ แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือเนี่ยหย่วนเฉียวไ