ช่ายขึ้นมาหนึ่งชิ้นและกัดเบา ๆ
แม้แต่กิริยาเช่นนี้ของเขายังดูสง่างามเหลือแสน ประหนึ่งดอกบัวงดงามที่ค่อย ๆ เบ่งบานอยู่ตรงหน้าจางซิ่วเอ๋อ
จางซิ่วเอ๋อมองไปมองมาก็เริ่มตาค้าง
ดูเหมือนคุณชายฉินจะสัมผัสได้ถึงสายตาของจางซิ่วเอ๋อ จู่ ๆ เขาก็หัวเราะออกมาเบา ๆ และเอ่ยถาม “มองอะไรหรือ?”
จางซิ่วเอ๋อมองจนตาค้างไม่ใช่เพราะนางบ้าผู้ชาย และไม่ใช่เพราะจางซิ่วเอ๋อรู้สึกว่าคุณชายฉินช่างน่าหลงใหล แม้ว่าทีท่าของคุณชายฉินนั้นมีเสน่ห์มากจริง ๆ แต่สิ่งที่จางซิ่วเอ๋อคิดไม่ใช่เรื่องนี้เลย
จางซิ่วเอ๋อแค่คิดไม่ตกว่าทำไมคนแบบนี้ถึงยอมมาที่นี่ครั้งแล้วครั้งเล่า?
ถ้าเป็นเพราะเรื่องสูตรเครื่องเทศผสม ก็ดูไม่น่าจะต้องทำขนาดนี้
คุณชายฉินจะพูดออกมาตรง ๆ เลยก็ได้ เห็นแก่บุญคุณที่ช่วยชีวิตไว้คราวก่อน ต่อให้นางไม่อยากให้ ต่อให้รู้สึกว่ามีเลือดไหลตรงหัวใจ นางก็จะยกสูตรเครื่องเทศผสมให้อยู่ดี
“คือว่า ท่านยังไม่บอกข้าเลยว่าท่านมาหาข้าทำไม?” จางซิ่วเอ๋อถาม
คุณชายฉินกัดแป้งย่างไส้กุยช่ายไปอีกคำ หรี่ตาลงเล็กน้อย ท่าทางเหมือนจิ้งจอกที่เพิ่งกินอิ่มยิ่งนัก
ดูเหมือนเขาจะอารมณ์ดีขึ้นมาก เวลานี้จึงตอบจางซิ่วเอ๋อไป “ข้าเบื่อ ไม่มีอะไรทำ จึงมาดูว่าเจ้าทำอะไรอยู่”
ถึงแม้คำตอบของคุณชายฉินนั้นยังถือว่าจริงจัง แต่ไม่ว่าอย่างไรจางซิ่วเอ๋อก็ไม่เชื่อที่พูดมา นางอดกลอกตามองบนไม่ได้ก่อนจะเอ่ยขึ้น “นี่ คุณชายฉิน ท่านมีจุดประสงค์อะไรก็พูดออกมาตร