้นกว่าก่อนมาก
หลังจากกินข้าวเสร็จ ฟ้าก็มืดลง
คนตระกูลโจวเตรียมตัวกลับ ชายหญิงพากันมาตั้งมากมาย จนตระกูลจางไม่มีที่ให้พักพิง
อีกอย่างพวกเขาได้ระบายอารมณ์ออกไปแล้ว อยู่ที่นี่ต่อไปก็ไม่มีความหมาย
ก่อนแม่เฒ่าโจวและหยางชุ่ยฮวาจะไป พวกนางได้ไปหาแม่โจวและพูดคุยกันพักใหญ่
โดยเฉพาะหยางชุ่ยฮวา เวลานี้กำลังถลึงตาสั่งสอนแม่โจวอยู่
“เจ้าจำไว้เลยนะ! ว่าหากหลังจากนี้เจอเรื่องเช่นนี้อีกก็ส่งคนมาบอกข้า! อย่าเอาแต่เก็บไว้กับตัวเอง คนไม่รู้จะคิดว่าพี่สะใภ้นี่ใช้การไม่ได้ ปล่อยให้เจ้าถูกรังแก! ให้คนอื่นมาหัวเราะเยาะตระกูลโจวของเราเปล่า ๆ” หยางชุ่ยฮวาเห็นแม่โจวที่ตาแดงท่าทางอ่อนปวกเปียกแล้วนึกฉุน
แม่โจวตอบเสียงเบา “ข้ารู้แล้วเจ้าค่ะพี่สะใภ้”
“เจ้าไม่เพียงต้องรู้ แต่ต้องจำให้ขึ้นใจด้วย ข้าไม่ใช่คนพูดจาน่าฟังก็จริง บางครั้งก็ทำไม่ดีกับเจ้าไปบ้าง แต่เราจะปล่อยให้คนอื่นมารังแกไม่ได้!” หยางชุ่ยฮวาพูดอย่างโมโห
จางซิ่วเอ๋อได้ยินแล้วแอบหัวเราะในใจ หยางชุ่ยฮวานี่ตลกจริง ๆ
เหมือนเป็นการบอกว่าข้ารังแกเจ้าได้ แต่ห้ามคนอื่นรังแกไม่ใช่เหรอ? แม้จะดูประหลาดไปบ้าง แต่ก็พูดด้วยความจริงใจเต็มเปี่ยม
“ท่านยาย ท่านป้า พวกท่านไม่ไปนั่งเล่นที่บ้านข้าก่อนเหรอเจ้าคะ?” จางซิ่วเอ๋อเอ่ยชวน
หยางชุ่ยฮวากลอกตาใส่จางซิ่วเอ๋อ “ข้าได้ยินแล้วนะว่าเจ้าอาศัยอยู่ในบ้านผีสิงอัปมงคลนั่น ผู้ใหญ่อย่างเราไม่เท่าไหร่หรอก แต่หลายฝูหลายเป่าอายุยังน