้องกลับมา”
แม่เฒ่าโจวถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย “ชุ่ยฮวา เจ้านี่…….”
ตอนนี้จางซิ่วเอ๋อกำลังอารมณ์ดี และนึกซาบซึ้งต่อหยางชุ่ยฮวาอยู่มาก จึงไม่รู้สึกโมโหเพราะวิธีการพูดแบบนี้ของหยางชุ่ยฮวา กลับตอบด้วยรอยยิ้ม “ข้าทราบเจ้าค่ะ!”
หยางชุ่ยฮวาชื่นชอบความรู้หน้าที่ของจางซิ่วเอ๋อ จึงพยักหน้าอย่างพอใจ “เอาล่ะ ถ้าเช่นนั้นก็ไม่ต้องมาส่งแล้ว พวกเราต้องรีบกลับกัน เจ้าก็รีบนอนเสีย เจ้าเป็นแม่ม่ายเด็กอย่ามัวเดินเพ่นพ่านอยู่ข้างนอกบ้าน ใครมาเห็นเข้าไม่รู้จะพูดถึงในแบบที่ไม่น่าฟังขนาดไหน!”
จางซิ่วเอ๋อพยักหน้า ต่อให้หยางชุ่ยฮวาพูดไม่ค่อยดี แต่ความห่วงใยนั้นคือของจริง
จางซิ่วเอ๋อพาจางชุนเถาเดินกลับไปที่บ้านผีสิง
แม่เฒ่าจางเก็บกวาดจานที่เหลืออยู่จนเรียบร้อยถึงก่นด่าอยู่ในลานบ้านขึ้นมาอย่างโกรธเกรี้ยว “เจ้าพวกตัวขาดทุนเดนตาย! ตั้งแต่มีพวกเจ้า บ้านนี้ก็ไม่เคยสงบเลยสักวัน!”
ตอนเดินผ่านบ้านตระกูลจาง จางชุนเถาได้ยินเสียงด่าของแม่เฒ่าจาง นางเอ่ยเสียงแผ่ว “พี่ ข้าได้ยินท่านย่าเราด่าเราอีกแล้ว”
จางซิ่วเอ๋อเอ่ยบอก “ทำเป็นไม่ได้ยินไป นางแค่พูดเอาสะใจเท่านั้น ไม่กล้าไปรังแกแม่เราซึ่ง ๆ หน้าแล้ว”
ใช่แล้ว จางซิ่วเอ๋อมองแม่เฒ่าจางออกอย่างทะลุปรุโปร่ง แม่เฒ่าจางเป็นพวกกล้ารังแกผู้ที่อ่อนแอกว่า ทว่ายำเกรงผู้ที่แข็งแกร่งกว่า เวลานี้รู้แล้วว่าแม่โจวมีคนในครอบครัวเหมือนกัน ไม่ใช่คนที่รังแกได้ง่าย ๆ ก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงบ้