ไม่มีใครไปส่งข้าว หยางชุ่ยฮวายิ่งไม่อยากนึกถึงพวกเขา เวลานี้พวกเขาจึงได้แต่นั่งโมโหอยู่ในห้อง
โดยเฉพาะเมื่อได้กลิ่นหอมของอาหารลอยมาจากข้างนอก และคิดว่าไม่มีคนมาเรียก พวกเขาก็อัดอั้นตันใจอย่างสุดแสน
สือโถวสูดจมูกและเอ่ย “ท่านแม่ ข้าหิวแล้ว ข้าอยากกินข้าว”
หลังวุ่นวายกันมาตั้งแต่เที่ยงจนถึงบัดนี้ สือโถวที่นอกจากแอบกินขนมไปไม่กี่ชิ้นก็ไม่ได้กินอะไรอย่างอื่นเลย
จางเป่าเกินนอนร้องโอดโอยอยู่บนเตียง พอเห็นสือโถวเป็นแบบนี้เขาก็นึกฉุน คราแรกยังพอแถไปได้ แต่เป็นสือโถวนี่แหละที่บอกทุกอย่าง เขาถึงต้องโชคร้ายขนาดนี้
จางเป่าเกินจึงพูดขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด “กิน ๆๆ! ไอ้คนตะกละเห็นแก่กิน! กินเป็นอย่างเดียว! ข้าหายดีเมื่อใดจะเล่นงานเจ้าให้ตายเลย!”
สือโถวร้องไห้ลั่น “ท่านแม่ พี่ด่าข้า!”
“ข้าด่าเจ้า? ข้าไม่ใช่แค่ด่าเจ้า แต่ข้าจะอัดเจ้าด้วย!” จางเป่าเกินพูดอย่างดุร้าย
แม่เถาคลึงขมับอย่างเหนื่อยหน่าย เอ่ยขึ้นด้วยความไม่สบอารมณ์ “พวกเจ้าสองคนทำตัวดี ๆ กันบ้างได้ไหม? ตีกันเองให้ได้อะไร? แน่จริงออกไปกร่างข้างนอกสิ!”
“เป่าเกิน สือโถวยังเด็กไม่รู้เรื่อง เจ้าโตขนาดนี้แล้วก็ไม่รู้เรื่องเหมือนกันรึ? เรื่องครั้งนี้ผิดที่น้องชายเจ้าหรือ? เพราะนังต่ำช้าอย่างจางซิ่วเอ๋อไม่ใช่รึ!” แม่เถาพูดอย่างเคียดแค้น
………………………………………………………………………………………………………………………..
สารจากผู้แปล
เจอคนจริงเข้าเป็นอย่างไรล่ะ หงอจนไปไม่ถูกเลยทีเดียวเน