บนี้? อายุแม่เจ้าก็ไม่น้อยแล้วนะ ท้องนี้สำคัญขนาดไหนพวกเขาไม่รู้เลยหรือ?”
หยางชุ่ยฮวาคิดว่าไม่แน่ว่าท้องนี้อาจเป็นลูกคนสุดท้ายของแม่โจวแล้ว ต่อให้ไม่ใช่ ถ้าคลอดออกมาเป็นลูกสาวหรือถ้าแท้งไป ก็เป็นเรื่องสะเทือนใจที่เหมือนกับพรากชีวิตของแม่โจวไป
ช่วงสองสามปีแรกที่นางเพิ่งแต่งเข้าบ้านตระกูลโจว นางก็ไม่ท้องสักที แม้ว่าคนตระกูลโจวจะจิตใจดีไม่ตำหนินาง แต่นางก็ไม่สบายใจเสียเลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนตระกูลจางที่แม่โจวต้องเผชิญ
หยางชุ่ยฮวาเข้าใจถึงความเจ็บปวดที่ไร้ทายาทดี
“ซิ่วเอ๋อ เจ้าบอกความจริงข้ามา เรื่องมันเป็นอย่างไรกันแน่!” หยางชุ่ยฮวาถามอย่างร้อนใจ
จางซิ่วเอ๋อเห็นหยางชุ่ยฮวาร้อนใจจึงพูดตามความจริง
หยางชุ่ยฮวาฟังจบแล้วโวยวายทันที “จางเป่าเกินลูกนังแพศยา! มันทำแบบนี้กับแม่เจ้าได้อย่างไร?”
พูดมาถึงตรงนี้หยางชุ่ยฮวาก็ไม่พูดอย่างอื่นอีก นางคว้าแขนของจางซิ่วเอ๋อและกล่าว “ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว พวกเราจะไปดูกันเดี๋ยวนี้แหละ ข้าจะดูซิว่าใครจะกล้ารังแกแม่เจ้าต่อหน้าข้า!”
ตั้งแต่เปิดใจกันครั้งก่อน หยางชุ่ยฮวาก็ไม่คิดมุ่งร้ายต่อแม่โจวอีกต่อไป กลับรู้สึกผิดด้วยซ้ำ
นางปฏิบัติกับแม่โจวแบบนั้น ตอนแม่โจวกลับมาก็ยังทำดีกับนาง และยังซื้อของขวัญให้ลูกของนางอีก ที่สำคัญที่สุดคือให้วิธีหาเงินกับนาง
ที่หมู่บ้านชิงสือก็จับปลาไปขายได้ แต่ทุกครั้งที่นางมาขายปลากลับไม่เคยได้ยินเลยว่ามีใครจับปลามาขายด้วยวิธีเดียวกัน
ไ