อนหน้าไม่นานเจ้าเพิ่งบาดเจ็บมา ร่างกายอ่อนแอ ดังนั้นจะเป็นหวัดไม่ได้”
เนี่ยหย่วนเฉียวพูดทั้งหมดนี้ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ แต่ไม่รู้ทำไมจางซิ่วเอ๋อถึงรู้สึกว่าคำพูดของเนี่ยหย่วนเฉียวนั้นเต็มไปด้วยความเป็นห่วง
จางซิ่วเอ๋อพยักหน้าพลางเอ่ย “ขอบคุณนะ”
ทั้งสองนั่งในห้องครัวและดื่มน้ำขิงจนหมด เมื่อจางซิ่วเอ๋อรู้สึกว่าร่างกายอุ่นขึ้นแล้วจึงกลับไปนอน
วันรุ่งขึ้นเป็นวันที่อากาศดี
จางซิ่วเอ๋อตื่นค่อนข้างเช้า และจะไปเก็บลอบจับปลากลับมา แต่เพิ่งจะออกจากห้องก็เห็นเนี่ยหย่วนเฉียวอยู่ที่ลานบ้านพร้อมกับลอบจับปลา กะละมังไม้ข้างกายเขามีปลาอยู่ไม่น้อย
จางซิ่วเอ๋อมุมปากกระตุก ไม่ต้องคิดอะไรมากเลย พ่อพระเนี่ยหย่วนเฉียวไปเก็บลอบจับปลากลับมาแล้ว
จางซิ่วเอ๋อกวาดสายตามองไปก็เห็นว่าในนั้นมีปลาจี้ที่ตัวไม่เล็กอยู่หลายตัว จึงพูดกับจางชุนเถา “ชุนเถา วันนี้เราตุ๋นแกงปลาจี้ให้ท่านแม่กินตอนเที่ยง เดี๋ยวข้าจะไปที่เมืองเพื่อซื้อพวกขาหมูมานะ”
ของประเภทปลาจี้และขาหมูนั้น หญิงสาวในบ้านอื่นก็คงไม่มีโอกาสได้กินต่อให้เป็นตอนอยู่ไฟก็ตาม
แม่โจวมีลูกมาสามคนแล้ว ไม่ว่าจะตอนท้องหรือตอนอยู่ไฟก็ไม่เคยได้กินของดีขนาดนี้
จางซิ่วเอ๋อกลับยอมซื้อให้แม่โจว
ถึงแม้ชีวิตนางเองจะไม่ได้มั่งคั่ง แต่ก็ไม่ถึงขั้นที่ต้องงกของกินกับคนในครอบครัว
จางซิ่วเอ๋อเข้าเมืองไปซื้อของที่ต้องการเรียบร้อยตามที่คิด ก่อนจะไปเยี่ยมโจวเหวิน
ไกลลิบออกไปจากร้านช่างไม