ปด้วยบาดแผลมากมายทั้งเล็กและใหญ่
มือของเนี่ยหย่วนเฉียวเรียวยาวและเห็นเป็นข้อต่อชัดเจน ทั้งยังมีรอยสากบาง ๆ ดูก็รู้ว่าเกิดจากการจับดาบจับกระบี่มาหลายปี
จางซิ่วเอ๋อมีสีหน้ากระอักกระอ่วนนิดหน่อย นางกระแอมเบา ๆ และขยับมือตัวเอง
เนี่ยหย่วนเฉียวมีอาการไม่ค่อยเป็นธรรมชาตินัก เขารู้สึกว่าการกระทำของตัวเองออกจะเกินเลยไปเล็กน้อย แต่ถ้าเขาชักมือกลับตอนนี้ก็จะดูเหมือนตัวเองมีความผิดในใจ กลับจะทำให้ดูมีพิรุธขึ้นมา
เนี่ยหย่วนเฉียวจึงชี้แนะวิธีจับพู่กันที่ถูกต้องให้จางซิ่วเอ๋อเสียเดี๋ยวนั้น
“ต้องแบบนี้…..” เนี่ยหย่วนเฉียวแตะนิ้วของจางซิ่วเอ๋อ ให้จางซิ่วเอ๋อจับพู่กันได้ถูกต้องได้แล้วเขาถึงปล่อยมือ
จางซิ่วเอ๋อแอบชำเลืองเนี่ยหย่วนเฉียว คนยุคโบราณถือเรื่องชายหญิงแตะเนื้อต้องตัวกันไม่ใช่หรือ? ตัวเองเป็นคนยุคปัจจุบัน โดนแตะมือแบบนี้แม้จะรู้สึกแปลก ๆ และกระอักกระอ่วน แต่ก็ไม่ก่อให้เกิดความรู้สึกอย่างอื่น
แต่คนยุคโบราณ…..จะยังคงท่าทางสงบนิ่งแบบนี้ได้เสียเมื่อใด?
จางซิ่วเอ๋อลองใช้พู่กันเขียนคำว่า ‘จาง’ ดู
ขี้เหร่มาก พอจะดูออกได้ด้วยความยากลำบากว่านางเขียนอะไร เรื่องนี้ทำให้จางซิ่วเอ๋อหงุดหงิดเล็กน้อย
นางรู้สึกได้ว่าเนี่ยหย่วนเฉียวคอยมองตนจากด้านข้างอยู่ตลอด ก็พลันมีสีหน้ากระอักกระอ่วนขึ้นมา เงยหน้าและบอก “เจ้าให้กระดาษกับพู่กันกับข้าเป็นการเสียของเปล่า ข้าเขียนหนังสือขี้เหร่ขนาดนี้ สิ้นเปลืองของดีชัด ๆ”
เ