ึงเอาเปรียบท่านหมอเมิ่งไม่ได้เด็ดขาด ท่านหมอเมิ่งไม่พูดเรื่องตำลึงเงิน แต่นางก็จะแกล้งเฉไฉไม่เอ่ยถึงไม่ได้
ท่านหมอเมิ่งยิ้มกว้าง “พูดเรื่องนี้ทำไมกัน วันนี้เจ้าเลี้ยงข้าวข้าก็แล้วกัน ถือว่าเป็นค่าข้าว”
จางซิ่วเอ๋อส่ายหน้า “เรื่องนั้นไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ”
“เรื่องเลี้ยงข้าวเป็นเรื่องที่ข้าสมควรทำแล้ว แต่ค่ารักษาและค่ายาข้าต้องให้ท่านอยู่ดี ท่านอาเมิ่ง ถ้าท่านไม่รับไว้จริง ๆ วันหน้าข้าเจอเรื่องลำบากคงไม่กล้าไปตามท่านอีก” จางซิ่วเอ๋อพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ท่านหมอเมิ่งฟังแล้วจึงรู้ว่าตัวเองเถียงจางซิ่วเอ๋อไม่ชนะ
เขาคิดไปคิดมาแล้วเอ่ยขึ้น “ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เจ้าจ่ายข้ามาแค่ครึ่งตำลึงเงินก็พอ”
“ท่านอาเมิ่ง! ท่านหลอกข้าหรืออย่างไรเจ้าคะ! ข้ารู้ว่ายาของท่านราคาไม่ถูก ท่านต้องการจะให้ข้านำยานี่ไปถามราคาที่โรงยาหุยชุน? จากนั้นค่อยจ่ายเงินท่านหรืออย่างไร?” จางซิ่วเอ๋อชักจะไม่สบอารมณ์ขึ้นมา
ท่านหมอเมิ่งทำอะไรไม่ได้อีก รู้ว่าตัวเองเถียงชนะจางซิ่วเอ๋อไม่ได้เลย จึงได้แต่พูดว่า “เจ้านี่นะ ไม่ยอมเอาเปรียบเลยสักนิดจริง ๆ ต้นทุนยาเท่ากับ 3 ตำลึงเงิน ส่วนค่ารักษาเจ้าไม่ต้องพูดถึงอีก ข้าไม่ได้กินกับข้าวฝีมือเจ้ามานานแล้ว วันนี้ถือเป็นค่ารักษาแล้วกัน”
จางซิ่วเอ๋อพยักหน้า มองจางชุนเถาพลางบอก “ชุนเถา เจ้าไปเอา 3 ตำลึงเงินมาให้ท่านอาเมิ่ง”
ท่านหมอเมิ่งรับตำลึงเงินแล้ว จางซิ่วเอ๋อคิดไปคิดมาก็ถามขึ้นอีก “ท่านอ