่านางจะนึกขอบคุณ แต่ความรู้สึกประหลาดอย่างหนึ่งกลับก่อตัวขึ้น
นางรู้สึกว่าความห่วงใยและการดูแลที่เนี่ยหย่วนเฉียวมีให้ตนนั้นดูมากเกินไปหน่อย
จางซิ่วเอ๋อรำพึงในใจ บางทีเนี่ยหย่วนเฉียวคงเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับบุญคุณการช่วยชีวิตมาก จนทำให้ตอนนี้อยากดูแลตัวเอง
นางถอนหายใจ นางช่วยชีวิตเนี่ยหย่วนเฉียวไว้ก็จริง แต่นางไม่คิดว่าเนี่ยหย่วนเฉียวต้องติดค้างตัวเองไปตลอดเพราะเรื่องนี้
จางซิ่วเอ๋อนำอาหารใส่ลงไปในหม้อ และเติมไฟเข้าไปในเตา ก่อนจะหิ้วถังน้ำในบ้านขึ้นหวังออกไปตักน้ำ
เนี่ยหย่วนเฉียวกลับยื่นมือไปจับถังไม้ไว้
มือของทั้งสองแตะกันเบา ๆ จางซิ่วเอ๋อชะงักไปเล็กน้อย นางมองเนี่ยหย่วนเฉียวด้วยสายตาตั้งคำถาม
เนี่ยหย่วนเฉียวอธิบาย “ข้าจะไปช่วยเจ้าตักน้ำ”
จางซิ่วเอ๋อพูดอย่างอ่อนใจ “ข้าทำเองได้”
เนี่ยหย่วนเฉียวพูดด้วยท่าทางจริงจัง “เรื่องเล็กแค่นี้ให้ข้าทำก็พอ”
ถึงเป็นเรื่องเล็กก็จริง แต่ทำไมถึงต้องให้เนี่ยหย่วนเฉียวทำเล่า เขาไม่ได้ขอกินอยู่เปล่า ๆ ปลี้ ๆ เสียเมื่อไหร่ ไม่ได้เป็นอะไรกับตัวเองด้วย
จางซิ่วเอ๋อไม่กล้ารับความหวังดีที่เกิดขึ้นอย่างแปลกประหลาดเช่นนี้
นางเอ่ยขึ้น “ข้ารู้ว่าเจ้าอยากตอบแทนบุญคุณ แต่เจ้าไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ ข้าคิดว่าระหว่างเราสองคนไม่มีอะไรติดค้างกันแล้ว”
เนี่ยหย่วนเฉียวเห็นจางซิ่วเอ๋อมีสีหน้าจริงจัง ก็รู้สึกหมดแรงขึ้นมา
เขาเห็นจางซิ่วเอ๋อต้องเหนื่อยขนาดนี้จึงอยากช่วยจางซิ่