ยหย่วนเฉียวพูดโดยหน้าไม่เปลี่ยนสี
เนี่ยหย่วนเฉียวเป็นคนมีหลักการมาก หากเขาเป็นคนใช้ของของท่านอา จะใช้ไปเท่าใดก็ใช้ได้ อีกหน่อยค่อยตอบแทนบุญคุณก็ไม่สาย
แต่หากจะนำไปให้คนอื่น เขาไม่มีทางเอาของของผู้อื่นไปให้หรอก
เวลานี้จึงเลือกใช้วิธีแลกเปลี่ยน
เห็นได้ชัดว่าเนี่ยเฟิ่งหลินรู้จักหลานชายคนนี้ของตัวเองดีมาก ไม่ได้งุนงงอะไรกับการกระทำนี้ แต่นางก็ถามขึ้นด้วยความอยากรู้ “กระดาษ หมึก พู่กัน จานฝนหมึกพวกนี้ เจ้าจะนำไปให้ใครรึ?”
ตอนนี้เถี่ยเสวียนเดาได้แล้วว่าเนี่ยหย่วนเฉียวจะนำไปให้ใคร
เขาอยากจะเงยหน้าถอนหายใจใส่สวรรค์ด้วยความเหนื่อยใจเหลือเกิน!
ตัวเองตามเจ้านายออกมาด้วยความตื่นเต้น คิดว่าจะได้ช่วยเจ้านายทำการใหญ่เสียหน่อย คิดไม่ถึงว่าเจ้านายเหนื่อยมาตั้งเยอะ แค่เพราะต้องการมอบสี่สิ่งล้ำค่าในห้องหนังสือให้จางซิ่วเอ๋อเท่านั้นหรือนี่!
แม้เนี่ยหย่วนเฉียวจะไม่ตอบ แต่เถี่ยเสวียนมั่นใจแล้วว่าความจริงเป็นเช่นนี้ ไม่อย่างนั้นทำไมเจ้านายตัวเองเพิ่งพูดเรื่องฝึกเขียนหนังสือบนกระดาษกับจางซิ่วเอ๋อไปก็รีบร้อนออกมาล่าจื่อเตียวเพื่อมาทำการแลกเปลี่ยนกับคุณหนูเฟิ่งหลินกันเล่า?
เจ้านายของเขามือไวไปหน่อยกระมัง?
เนี่ยหย่วนเฉียวไม่ตอบเนี่ยเฟิ่งหลิน แต่เห็นได้ชัดว่าเนี่ยเฟิ่งหลินไม่พอใจนิดหน่อย “เจ้านี่นะ ยิ่งโตความลับยิ่งเยอะ ตอนนี้คบสหายแบบไหนอยู่ก็ไม่ให้อารู้เลยหรือ?”
พูดไป เนี่ยเฟิ่งหลินก็ยกแขนเสื้อขึ้นมาเช็ดน้ำ