ะกูลเนี่ยภาพลักษณ์ของเนี่ยหย่วนเฉียวจะเป็นเพียงคนขี้โรคที่ไม่ออกจากห้องแม้แต่ก้าวเดียว คนในจวนตระกูลเนี่ยก็อาจจะไม่ได้รู้จักเนี่ยหย่วนเฉียวไปเสียทุกคน แต่การที่เนี่ยหย่วนเฉียวปรากฏตัวที่นี่ก็ยังอันตรายเกินไป
เนี่ยเฟิ่งหลินมองสีหน้าร้อนใจของเนี่ยหย่วนเฉียวแล้วก็อ่อนใจ
“ออกรถ” เนี่ยเฟิ่งหลินสั่ง
รอจนถึงที่ที่ไม่มีใครเห็นแล้ว เนี่ยเฟิ่งหลินถึงเอ่ยปาก “ตอนนี้ลงไปได้แล้ว ขืนข้ายังไม่ยอมหยุดรถเจ้าได้กระโดดลงไปแน่”
เนี่ยหย่วนเฉียวมองเนี่ยเฟิ่งหลินอย่างมีความหมาย “ขอบคุณท่านอาหญิงมาก”
“เอาเถอะ ๆ ไม่ต้องมาพูดจายกยอข้าหรอก เจ้านี่นะ ถ้ายังนึกถึงข้าบ้างก็มาเยี่ยมข้าบ่อย ๆ หากตอนไหนพาแม่หนูนั่นมาพบข้าได้ข้าจะยิ่งดีใจกว่านี้” เนี่ยเฟิ่งหลินกล่าวยิ้ม ๆ
สีหน้าเนี่ยหย่วนเฉียวดูพิลึกพิลั่นขึ้นมา ทว่าไม่ได้อธิบายอะไร เขาลงจากรถม้าไปและไล่ตามไปทางทิศที่จางซิ่วเอ๋อจากไป
จางซิ่วเอ๋อเดินไปสักพักก็สัมผัสได้ว่ามีคนสะกดรอยตามตัวเองมาทางด้านหลัง
ความรู้สึกนั้นชัดเจนมาก ราวกับมีคนมองนางด้วยสายตาเร่าร้อนจากด้านหลัง ต่อให้นางอยากจะหลอกตัวเองว่ารู้สึกไปเองก็ทำไม่ได้
จางซิ่วเอ๋อขนลุกในใจ เพราะตัวเองออกมาจากตระกูลเนี่ยทั้งแบบนี้
แม้ว่าเนี่ยเฟิ่งหลินจะขู่ฮูหยินเนี่ยไปแล้ว แต่ใครจะรู้ว่าฮูหยินเนี่ยจะส่งคนมาสั่งสอนตัวเองเพื่อดับความโมโหและอับอายหรือไม่?
………………………………………………………………………………………………………………………..
สารจากผู้แปล
เป