มื่อตอนนี้ข้าได้เจอแล้วเรื่องก็ง่าย ข้าจะพาตัวนางไปเดี๋ยวนี้” เนี่ยเฟิ่งหลินเอ่ยต่อ
ฮูหยินเนี่ยฟังมาถึงนี่ก็มีสีหน้าไม่สบอารมณ์ “เฟิ่งหลิน ไม่ว่าอย่างไรข้าก็เป็นถึงมารดาของหย่วนเฉียว เรื่องของจางซิ่วเอ๋อข้าสมควรจะเป็นคนจัดการ ตอนนี้เจ้าพาตัวนางไปมันใช่เรื่องเหรอ?”
เนี่ยเฟิ่งหลินหรี่ตาคู่งาม สีหน้าฉายแววตักเตือน “เจ้าระวังฐานะตัวเองไว้จะดีกว่านะ มารดาของหย่วนเฉียวมีผู้อื่นอยู่แล้ว”
ตอนนี้จางซิ่วเอ๋อมั่นใจได้อย่างสิ้นเชิงแล้วว่าเนี่ยหย่วนเฉียวไม่ใช่ลูกชายแท้ ๆ ของฮูหยินเนี่ย
จางซิ่วเอ๋อรำพึงในใจตัวเอง ในเมื่อไม่ใช่ลูกแท้ ๆ เช่นนั้นลับลมคมในคงจะเยอะน่าดู
เรื่องโสมมของตระกูลใหญ่ไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองเข้าใจได้ สำหรับนางแล้ว ที่เนี่ยหย่วนเฉียวกลายเป็นคนขี้โรค ไม่แน่อาจจะเป็นผลจากการกระทำของฮูหยินเนี่ยก็เป็นได้
พอคิดได้แบบนี้ เนี่ยหย่วนเฉียวก็ดูน่าสงสารขึ้นมานิดหน่อย
จางซิ่วเอ๋อแค่นเสียงในใจตัวเอง น่าสงสารอะไรกัน ตัวเองไม่จำเป็นต้องไปสงสารเนี่ยหย่วนเฉียวเลยสักนิด!
ตัวนางเองสิเป็นคนที่น่าสงสารที่สุด!
นี่มันเหมือนเป็นภัยที่ร่วงจากฟ้า ไร้ต้นสายปลายเหตุสิ้นดี!
สีหน้าของฮูหยินเนี่ยย่ำแย่ขึ้นมา “เฟิ่งหลิน!”
“หืม? หรือเจ้าไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ข้าพูด ถ้าอย่างนั้นก็ดี เราไปคุยกับพี่ชายให้รู้เรื่องตอนนี้เลย” เนี่ยเฟิ่งหลินอ้างนายท่านเนี่ยออกมาอีกครั้ง
ฮูหยินเนี่ยกัดฟันกรอดอย่างเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน “ข้า