นังเด็กนี่ไปฝังเป็นเพื่อนเขาก็จบ”
จางซิ่วเอ๋อมองฮูหยินเนี่ยและเนี่ยเฟิ่งหลินด้วยดวงตาแดงก่ำ เพียงเพราะเป็นตระกูลใหญ่ก็ทำเหมือนชีวิตคนเป็นผักปลาได้งั้นหรือ?
ไหนจะไอ้ขี้โรคนั่นอีก ตัวเองไร้ประโยชน์จนตายไปเองแล้วมันเกี่ยวอะไรกับนางด้วย?
นางเห็นค่าชีวิตนี้ที่ได้มาด้วยความยากลำบาก ไม่มีทางอยากตายเพราะเหตุผลนี้หรอก
ในตอนที่จางซิ่วเอ๋อเริ่มจะทนไม่ไหว คิดจะลุกขึ้นสู้ เนี่ยเฟิ่งหลินก็เอ่ยขึ้น “ฮูหยินหรู ดูเหมือนเจ้าจะเข้าใจสิ่งที่ข้าต้องการสื่อผิดนะ หย่วนเฉียวไม่ได้ต้องการให้จับแม่หนูนี่ฝังเป็นเพื่อนเขา เขาน่ะ หวังว่าแม่หนูนี่จะมีชีวิตที่ดี แค่เผากระดาษเงินกระดาษทองไปให้เขาบ้างเป็นครั้งคราวก็พอแล้ว”
“ถ้าต้องการกระดาษเงินกระดาษทอง ที่จวนเรามีคนเผาให้ทุกวัน ทำไมต้องใช้นังเด็กนี่ด้วย? ข้าว่าส่งนังเด็กนี่ไปภพหน้าด้วยจะดีกว่า” ฮูหยินเนี่ยมองจางซิ่วเอ๋ออย่างพิจารณา สายตาประหนึ่งกำลังมองคนที่ตายไปแล้ว
“อย่างไรซะแม่หนูนี่ก็เป็นภรรยาของหย่วนเฉียว เรื่องแบบนี้ไม่รบกวนให้เจ้าตัดสินใจแล้วกัน” แม้ว่าน้ำเสียงของเนี่ยเฟิ่งหลินนั้นราบเรียบ แต่กลับแฝงไว้ด้วยความไม่อนุญาตให้โต้แย้ง
จางซิ่วเอ๋อฟังมาถึงนี่กระพริบตาปริบ ๆ เมื่อครู่เหมือนนางจะเข้าใจเนี่ยเฟิ่งหลินผิด
ว่าแล้วว่าเนี่ยเฟิ่งหลินไม่ใช่คนแบบฮูหยินเนี่ย จะไปโหดเหี้ยมอำมหิตเหมือนอย่างฮูหยินเนี่ยได้อย่างไรกันเล่า?
“ที่ข้ามาวันนี้ก็เพื่อมาหาแม่หนูคนนี้ ในเ