ิ้ว “เรื่องภายในครอบครัว? นี่เจ้าหมายความว่าข้าไม่ใช่คนตระกูลเนี่ยรึ?”
ฮูหยินเนี่ยแค่นเสียงในใจ เป็นสตรีอายุปูนนี้ยังจะถือว่าตัวเองเป็นคนตระกูลเนี่ยอีกเหรอ? หน้าไม่อายจริง ๆ!
แต่นางก็ยังเอ่ยปาก “เจ้าต้องใช่อยู่แล้ว”
“งั้นเจ้าว่ามาซิ ว่านี่มันเรื่องอะไรกัน?” เนี่ยเฟิ่งหลินคาดคั้น
ฮูหยินเนี่ยไม่พอใจมาก เนี่ยเฟิ่งหลินจี้ถามเรื่องนี้ไม่จบไม่สิ้นไปเพื่ออะไรกัน
ในขณะที่ฮูหยินเนี่ยตรึกตรองว่าจะพูดอย่างไรดี เนี่ยเฟิ่งหลินก็ถลึงตาใส่แม่เฒ่าที่คุมตัวจางซิ่วเอ๋ออยู่ พร้อมเอ่ยปาก “ยังไม่รีบปล่อยตัวนางอีก?”
“แม่หนู ในเมื่อไม่มีใครยอมพูด งั้นเจ้าบอกมาซิว่าเหตุใดพวกนางถึงปฏิบัติกับเจ้าเช่นนี้” เนี่ยเฟิ่งหลินมองสีหน้าดึงดันไม่ยอมแพ้ของจางซิ่วเอ๋อแล้วแววตาฉายความชื่นชม กระทั่งน้ำเสียงยังนุ่มนวลขึ้น
จางซิ่วเอ๋อมองเนี่ยเฟิ่งหลิน นึกรำพึงในใจว่าที่เนี่ยเฟิ่งหลินถามตัวเองแบบนี้คงไม่ได้ต้องการหาเรื่องตัวเองหรอกใช่ไหม
ถึงแม้จางซิ่วเอ๋อไม่รู้ชัดเจนว่าเนี่ยเฟิ่งหลินต้องการอะไร แต่ก็พอจะดูออกว่าเนี่ยเฟิ่งหลินต้องการใช้เรื่องของนางในการหาเรื่องฮูหยินเนี่ย
ศัตรูของศัตรูก็คือมิตร
ด้วยหลักการนี้ จางซิ่วเอ๋อจึงปริปาก “ข้าก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดเหมือนกันเจ้าค่ะ คนพวกนี้บุกเข้ามาในบ้านข้า หาว่าข้าไม่สงวนตัว แล้วพาข้ามาที่นี่”
“แล้วเจ้าเป็นใครกันเหรอ?” เนี่ยเฟิ่งหลินอมยิ้มถาม
จางซิ่วเอ๋อได้ยินแล้วสังหรณ์ใจว่าเนี่ยเฟ