ิ่งหลินผู้นี้น่าจะรู้อยู่แล้วว่าตัวเองเป็นใคร
เวลานี้มาถามแบบนี้ เหมือนจงใจถามมากกว่า
แต่พอนึกได้ว่าที่เนี่ยเฟิ่งหลินพูดแบบนี้น่าจะต้องการช่วยตัวเอง จางซิ่วเอ๋อจึงตอบอย่างว่าง่าย “ข้าก็คือคนที่แก้ชงให้คุณชายเนี่ยเจ้าค่ะ”
“ที่แท้ก็หลานสะใภ้นี่เอง” เนี่ยเฟิ่งหลินเอ่ยยิ้ม ๆ
จางซิ่วเอ๋อสัมผัสถึงการยอมรับได้จากน้ำเสียงของเนี่ยเฟิ่งหลิน ทำให้นางรู้สึกแปลกใจนิดหน่อย
ทั้งตระกูลเนี่ยแห่งนี้ ไม่มีใครยอมรับนางเป็นภรรยาของเนี่ยหย่วนเฉียวเลยสักคน
เนี่ยเฟิ่งหลินผู้นี้ดูเหมือนคบยาก แต่เวลาที่คุยกับนาง คำพูดที่เอื้อนเอ่ยนั้นทำให้สบายใจจริง ๆ
แต่น่าเสียดายที่ในใจของนางเองก็ไม่คิดว่าตัวเองเป็นคนของเนี่ยหย่วนเฉียว จึงไม่ได้รู้สึกปลื้มปีติมาก ได้แต่รับน้ำใจนี้ไว้
ว่ากันว่าหมูไปไก่มา ท่าทางที่จางซิ่วเอ๋อมีต่อเนี่ยเฟิ่งหลินย่อมดีกว่าที่มีต่อคนอื่น ๆ ในตระกูลเนี่ยอยู่มาก
“หลานสะใภ้อะไรกันเจ้าคะ คุณหนูรองน่ากลัวว่าจะเข้าใจอะไรผิดไป นางคนนี้ไม่ได้มีสถานะใดในตระกูลของเราเลยเจ้าค่ะ” ชุนอวี้ได้ยินดังนั้นร้อนรนขึ้นมา นางชำเลืองมองฮูหยินเนี่ย และรู้ว่าไม่ว่าตอนนี้ตัวเองจะพูดอะไรฮูหยินเนี่ยก็ไม่ห้ามตัวเอง จึงเอ่ยขึ้น
เนี่ยเฟิ่งหลินขมวดคิ้วนิดหน่อย หน้าตาขุ่นหมองขึ้นมา “นังสาวใช้ชั้นต่ำ เจ้าไม่ดูสถานะของตัวเองหน่อยล่ะ เวลานี้เจ้านายยังไม่พูดอะไร ใช่โอกาสให้เจ้าได้ปริปากที่ไหนกัน!”
สีหน้าชุนอวี้กระอักกระอ่วนนิดหน่