มให้ อย่างที่เจ้าว่ามาเมื่อครู่อย่างไรเล่า ใครใช้ให้เจ้ามันมีชีวิตที่ต่ำต้อยล่ะ?” พูดไปรอยยิ้มบนใบหน้าของฮูหยินเนี่ยก็ยิ่งกว้างขึ้น
จางซิ่วเอ๋อคับแค้นใจมาก
หลังจากที่นางทะลุมิติมาแล้ว คิดเพียงแต่อยากจะใช้ชีวิตของตัวเองให้ดี
นางไม่เคยคิดจะไปมีเรื่องมีราวกับใคร เรื่องของตระกูลเนี่ยสำหรับนางแล้วเป็นเรื่องร้าย ๆ ที่ไม่เกี่ยวอะไรกับนางเลย
และในใจของจางซิ่วเอ๋อเองก็ต้องยอมรับอย่างไม่เต็มใจว่า สิ่งที่ฮูหยินเนี่ยพูดมานั้นไม่ผิด
ต่อให้ฮูหยินเนี่ยตีนางจนตาย ก็ไม่มีใครเรียกร้องความยุติธรรมให้นาง
ยุคโบราณนี้ไม่เคร่งครัดเรื่องกฎหมายอะไรหรอก ของพวกนั้นมีไว้สำหรับคนจน สำหรับคนฐานะอย่างตระกูลเนี่ยแล้ว เพียงแค่แถบแคว้นชิงสือแห่งนี้ เกรงว่ายื่นมือไปบดบังผืนฟ้าก็ยังได้
แส้ถูกฟาดลงมาครั้งแล้วครั้งเล่า จางซิ่วเอ๋อเจ็บจนเหงื่อชุ่มหน้าผาก
และในตอนที่นางโดนแส้ฟาดครั้งที่สี่
เสียงเอะอะก็ดังมาจากด้านนอก “คุณหนูรอง ท่านเข้าไปไม่ได้นะเจ้าคะ”
“ถอยไป” เสียงคุกรุ่นเสียงหนึ่งดังมา
ในขณะที่คุยกันอยู่ ม่านลูกปัดหน้าประตูถูกเลิกขึ้นอีกครั้ง
คนในห้องรู้ว่ามีคนเข้ามาจึงเงียบลงนิดหน่อย แม้แต่แส้ในมือชุนอวี้ยังชะงัก
คนที่เดินเข้ามาเป็นสตรีอายุราว ๆ สามสิบกว่า สตรีผู้นี้อายุไม่น้อยแล้ว ทว่าไม่ได้เกล้าผม คนในตระกูลใหญ่เช่นนี้ต่างจากคนในหมู่บ้าน
คนในหมู่บ้านไม่ถืออะไรมากมาย แต่การที่คนตระกูลใหญ่เช่นนี้ไม่ได้เกล้าผม น่าจะเป