เมื่อเจ้ายอมหมอบคำนับกับพื้นเพื่อเป็นการขอโทษข้า งั้นข้าก็จะไม่ถือสาหาความเจ้า” จางซิ่วเอ๋อกล่าวยิ้ม ๆ
นางไม่ชอบฮูหยินเนี่ย ขณะเดียวกันก็ไม่ชอบพวกอวดอ้างบารมีผู้อื่นอย่างชุนอวี้ด้วย
ฮูหยินเนี่ยตบโต๊ะอย่างแรง เอ่ยอย่างโมโห “ชักโอหังใหญ่แล้วนะ!”
ไม่มีใครในตระกูลเนี่ยกล้าท้าทายนางถึงเพียงนี้ โบราณกล่าวไว้ว่าจะตีสุนัขก็ต้องดูเจ้านายของมันเสียก่อน การกระทำของจางซิ่วเอ๋อในตอนนี้เหมือนตบหน้าฮูหยินเนี่ยชัด ๆ
แต่จางซิ่วเอ๋อก็ไม่จำเป็นจะต้องโดนตบ
ตอนนี้จางซิ่วเอ๋อต้องคิดและทำไปทีละก้าว นางเคยตายมาครั้งหนึ่งแล้ว ไม่มีอะไรต้องกลัว
และตอนนี้จางซิ่วเอ๋อยังคาดหวังกับคุณชายฉินอยู่
นางคิดว่าต่อให้เป็นเพราะสูตรเครื่องเทศผสมนั่น คุณชายฉินก็คงไม่นิ่งดูดายหรอก
“เด็ก ๆ! นำกฎตระกูลออกมา ข้าจะสั่งสอนนังเด็กเมื่อวานซืนที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงคนนี้เสียหน่อย!” ฮูหยินเนี่ยเอ่ยเสียงเกรี้ยวกราด
ชุนอวี้คลานขึ้นมาจากพื้น มองจางซิ่วเอ๋ออย่างแค้นเคือง สายตาฉายแววสมน้ำหน้า
นางอยากจะเห็นจริง ๆ ว่าจางซิ่วเอ๋อจะทนอย่างไรไหว!
ไม่นานนัก ก็มีคนยื่นแส้สีดำเส้นหนึ่งมาให้
จางซิ่วเอ๋อมองฮูหยินเนี่ยอย่างโกรธขึ้ง ไม่มีท่าทางขอความเมตตา
ชุนอวี้ง้างแส้ ฟาดจางซิ่วเอ๋อไปหนึ่งที ในหนึ่งทีนี้แฝงไว้ด้วยไฟโทสะของชุนอวี้ เมื่อฟาดไปบนตัวของจางซิ่วเอ๋อ ต่อให้นางพยายามหลบไปได้นิดหน่อย แต่จางซิ่วเอ๋อก็ยังรู้สึกเจ็บมาก
“ฟาดไป! ฟาดนังชั้นต่ำน