่เฒ่าจางจะปากเก่ง แต่สุดท้ายก็เป็นเพียงหญิงชราผอมแห้งคนหนึ่ง ไม่ใช่คู่มือของนายทวาร พอมาถึงหน้าประตูนางจึงถูกเขาโยนออกไป
แม่เฒ่าจางล้มลงกับพื้น สบถไปพลางลุกขึ้น นางสะบัดดินบนตัวก่อนจะจ้างเกวียนลากกลับ
นางแอบลูบตำลึงเงินแข็ง ๆ นั่น ก่อนจะคลี่ยิ้มอย่างอดไม่อยู่
เฮอะ ไม่ว่าอย่างไรนางก็ไม่ได้มาเสียเที่ยว!
คิดไม่ถึงว่าตำลึงเงินของตระกูลเนี่ยจะเรียกง่ายถึงเพียงนี้ ตัวเองแค่ไปวนเวียนอยู่ที่ตระกูลเนี่ยหนึ่งครั้งก็ได้ตำลึงมามากขนาดนี้ รู้อย่างนี้ตัวเองมานานแล้ว
หลังจากนี้หากจางซิ่วเอ๋อทำอะไรอีก นางต้องมาฟ้องตระกูลเนี่ยให้ทันท่วงทีเลยล่ะ!
ฮูหยินเนี่ยเหลือบมองสีหน้าของนายท่านเนี่ยก็รู้ว่าเขากำลังคิดถึงเนี่ยหย่วนเฉียว บางอย่างวูบไหวผ่านไปในแววตาของนาง ตอนเนี่ยหย่วนเฉียวมีชีวิตอยู่ก็เกะกะ ไม่คิดเลยว่าตายไปแล้วยังเป็นปัญหาอยู่
ฮูหยินเนี่ยปิดบังความคิดในใจ ถามอย่างหยั่งเชิง “นายท่าน เรื่องนี้เราจะเอาอย่างไรกันดีหรือเจ้าคะ”
สีหน้าของนายท่านเนี่ยขรึมลง พูดด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตร “ต่อให้หย่วนเฉียวจากไปไว แต่จางซิ่วเอ๋อก็ยังเป็นคนของหย่วนเฉียว เรื่องนี้จะปล่อยให้ผ่านไปเช่นนั้นไม่ได้ ต้องจัดการให้ดี! ”
ฮูหยินเนี่ยมีแผนในใจแล้ว รู้ว่าตัวเองต้องทำอย่างไรนายท่านเนี่ยถึงจะพอใจ
นางจึงเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง “ข้าจะพาตัวจางซิ่วเอ๋อมาที่จวนแล้วทำการอบรมสั่งสอนให้ดีเจ้าค่ะ”
นายท่านเนี่ยพยักหน้าพลางเอ่ย “ก็ดี